หลินหน่วนไม่ทันสังเกตว่าอารมณ์ของอวี๋เสวียนหมิงผิดปกติ จึงส่งสัญญาณให้เหมาหมาวเข้าไปวางเนื้อตุ๋นพะโล้กับน้ำซุปกระดูกหนึ่งถ้วยไว้ตรงปากถ้ำของอวี๋เสวียนหมิง
ทันทีที่เข้าใกล้ปากถ้ำ ขนทั่วร่างของเหมาหมาวก็พองชัน เขาตกใจร้อง “เหมียว!” ก่อนจะวางอาหารลงแล้วหนีหางจุกตูดกลับไปหาหลินหน่วนโดยไว จากนั้นก็หลบอยู่ด้านหลังนาง ทั้งหวาดกลัวทั้งอยากรู้อยากเห็น จึงโผล่หัวฟูฟ่องเล็ก ๆ ออกมามองอวี๋เสวียนหมิงภายในถ้ำหิน
อวี๋เสวียนหมิงปรายตามองลูกสัตว์ตัวน้อยอย่างเย็นชา ถึงในใจจะอึดอัดเพียงใด เขาก็ไม่คิดรังแกสัตว์ตัวน้อยที่ไม่มีความผิด
เหมาหมาวสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ โชคดีที่ราชันเพียงมองเขาแวบหนึ่ง ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น
ไม่อย่างนั้นเขาคงตกใจจนฉี่ราดแน่
หลินหน่วนลูบหัวเหมาหมาวปลอบโยน “ไม่ต้องกลัวนะ เสวียนหมิงคุยด้วยง่ายมาก”
ราชัน…คุยด้วยง่ายหรือ?
เหมาหมาวไม่กล้าเชื่อแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่ได้เถียงหลินหน่วน เพียงพยักหน้าอย่างว่าง่าย
หลินหน่วนพาเหมาหมาวกลับไปยังบริเวณที่ใช้ทำอาหาร ทั้งสองกินอาหารวันนี้กันอย่างเอร็ดอร่อย
เหมาหมาวกินจนกลายเป็นแมวน้อยลายดอก ใบหน้าเปื้อนน้ำพะโล้ไปหมด ดวงตาเป็นประกายพลางพูดซ้ำ ๆ ว่า “อร่อย อร่อย!”
หลินหน่วนยิ้มพลางลูบขนให้เขา “อย่ากินจนติดคอล่ะ”
หลังมนุษย์สัตว์แมวเซอร์วัลทั้งสองกินเสร็จ หลินหน่วนก็เริ่มสอนวิธีแยกแยะและจัดการสมุนไพรแบบง่าย ๆ ให้เหมาหมาว
นี่เป็นครั้งแรกที่เหมาหมาวได้เรียน แต่เขาตั้งใจฟังอย่างยิ่ง
วิชาแพทย์ในโลกสัตว์อาศัยการถ่ายทอดปากต่อปากทั้งหมด หลินหน่วนซึ่งชาติที่แล้วเป็นพวกบ้างานที่ชอบแย่งชิงความเป็นเลิศ คิดว่าวิธีนี้ไร้ประสิทธิภาพเกินไป ทั้งยังทำให้ความรู้สูญหายหรือลืมเลือนได้ง่าย
