เมื่อกลับมาถึงบริเวณใกล้กระโจม หลินหน่วนกลับไม่เห็นเงาของเสวี่ยเจี้ยน ได้ยินเพียงเสียงครางเจ็บปวดอู้อี้ดังมาจากในกระโจม หัวใจของหลินหน่วนพลันจมดิ่ง รีบเปิดม่านกระโจมเข้าไปทันที
ภาพที่เห็นคืออวี๋เสวียนหมิงกำลังเหงื่อท่วมกาย กล้ามเนื้อแข็งแรงเปลือยเปล่าชุ่มโชกไปหมด ใบหน้าแดงก่ำราวกับกำลังเผชิญความเจ็บปวดแสนสาหัส
เสวี่ยเจี้ยนเฝ้าอยู่ข้างกายเขา กำลังยัดสมุนไพรลดไข้ใส่ปากให้
หลินหน่วนรีบเข้าไปตรวจดูอาการ
อวี๋เสวียนหมิงกลืนสมุนไพรลงไปทั้งที่หมดสติแล้ว แต่หน้าผากของเขายังคงร้อนผ่าว
หลินหน่วนวางมือลงบนข้อมือของเขา สัมผัสได้ถึงชีพจรที่ปั่นป่วนคล้ายกับของเสวี่ยเจี้ยน ทว่าชีพจรของเขาแตกต่างจากความอ่อนแรงไร้ชีวิตของเสวี่ยเจี้ยน ตรงที่แฝงพลังชีวิตอันคึกคักเอาไว้
หลินหน่วนขมวดคิ้ว เอ่ยอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่า “น่าจะเป็นปัญหาจากพรสวรรค์ทางสายเลือด แต่ดูไม่เหมือนกำลังพังทลาย กลับคล้ายกับว่า...กำลังแข็งแกร่งขึ้น”
เสวี่ยเจี้ยนเลิกคิ้ว สีหน้าฉายแววประหลาดใจ
หลินหน่วนพึมพำเสียงเบา “บางทีฤทธิ์ยาจากยาเม็ดขจัดเนื้อเน่างอกเนื้อใหม่ที่กินไปก่อนหน้านี้อาจถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว”
อวี๋เสวียนหมิงเคยถูกพรสวรรค์แรงโน้มถ่วงของเซี่ยเจี๋ยกดข่ม กระดูกหลายแห่งทั่วร่างหัก ตอนนี้กระดูกกำลังฟื้นตัวและงอกขึ้นใหม่ โลหิตมังกรหยกที่ยังตกค้างอยู่ในร่างก่อนหน้านี้ก็ซึมเข้าสู่กระดูกด้วย
หากคราวนี้เขาผ่านพ้นไปได้ บางทีอาจเปลี่ยนเคราะห์ให้เป็นโชคและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทักษะการแพทย์ของหลินหน่วนรักษาได้เพียงอาการบาดเจ็บกับโรคภัย เรื่องวิวัฒนาการของพรสวรรค์เช่นนี้เธอช่วยอะไรไม่ได้
แต่จะปล่อยให้อวี๋เสวียนหมิงฝืนทนด้วยตัวเองจริง ๆ ก็ไม่ได้ หากไข้ขึ้นถึง 40 องศาแล้วเกิดสมองเพี้ยนขึ้นมาจะทำอย่างไร
หลินหน่วนจึงทำได้เพียงกรีดปลายนิ้วต่อหน้าเสวี่ยเจี้ยนกับเจิ้นเยวี่ย ทำพันธสัญญาชั่วคราวกับอวี๋เสวียนหมิง จากนั้นก็เอนกายลงและกอดเขาไว้ในอ้อมแขน
