ลิ้นของเสวี่ยเจี้ยนถูกนิ้วของหลินหน่วนหยอกเย้า จู่ ๆ เขาก็ครางหอบเสียงต่ำ
ไม้ไผ่แหลมตำลึกไปหน่อย ตำแหน่งที่หลินหน่วนสอดนิ้วเข้าไปนั้นทำให้คนอยากขย้อน
เห็นได้ชัดว่าเสวี่ยเจี้ยนกำลังอดกลั้น ดวงตาตรงหางตากลับแดงก่ำ น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาเพราะปฏิกิริยาของร่างกาย
หลินหน่วนถูกเขามองด้วยสายตาเช่นนั้นก็แทบต้านไม่ไหวในทันที เสวี่ยเจี้ยนหน้าตาดีเกินไป แถมยังเผยสีหน้าเย้ายวนเช่นนี้ ใครเห็นเข้าก็ต้องใจอ่อน
หลินหน่วนรีบจัดการเสี้ยนไม้ไผ่ที่ตำอยู่ แล้วชักมือกลับ เสวี่ยเจี้ยนครางฮึมฮัม ก่อนเม้มริมฝีปาก คล้ายยังลิ้มรสกลิ่นหอมจากปลายนิ้วของนางอยู่
โชคดีที่เจิ้นเยวี่ยมองไม่เห็น ไม่อย่างนั้นถ้าเห็นเข้า คงซัดไม้พลองใส่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่แกล้งทำเป็นใสซื่อสักที
ตีให้ตายไปเลย เกะกะลูกตา
เสวี่ยเจี้ยนเช็ดมือให้หลินหน่วน จากนั้นจับมือนางมาวางแนบแก้ม แล้วให้นางใช้สัมผัสเยียวยากับตน
บาดแผลเล็กแค่นี้ หากไม่รีบรักษาก็จะสมานตัวไปเอง
หลินหน่วนถูกเสน่ห์ของจิ้งจอกเก้าหางรูปงามล่อลวง จึงใจกว้างมอบสัมผัสเยียวยาให้เขาเล็กน้อย เสวี่ยเจี้ยนยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “เสี่ยวหน่วน เจ้าดีกับข้าจริง ๆ”
หลินหน่วนพลันนึกถึงตอนที่พวกเขาอยู่ในเผ่าแมงป่องหาง ครั้งที่เสวี่ยเจี้ยนตามหานางจนพบ เขาจูบนางโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
พวกเขาเคยกอดและจูบกัน เสวี่ยเจี้ยนมักเป็นฝ่ายเข้าหาและหาโอกาสสัมผัสเนื้อตัวนางอยู่เสมอ เขาก็น่าจะชอบนางเหมือนกันกระมัง
หลินหน่วนเขินอายเล็กน้อย นางเบือนหน้าหนีแล้วเปลี่ยนเรื่อง “กินข้าวกันเถอะ”
ทั้งสามกินเนื้อ แล้วกินถังหูลู่ต่อ หลินหน่วนตั้งใจจะไปเก็บสมุนไพรที่แอ่งเล็กตามปกติ
การเก็บสมุนไพรเป็นทักษะเฉพาะทาง พวกสัตว์ตัวผู้ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน นางกลัวว่าพวกเขาจะขุดมั่วจนทำให้สรรพคุณของยาลดลง จึงลงมือเองมาตลอด หรือไม่ก็ให้เหมาหมาวจัดการ
ตอนนี้เหมาหมาวไม่อยู่ หลินหน่วนจึงต้องวิ่งไปกลับด้วยตัวเอง
