อวี๋เซิงทั้งเสียดายและเกรงใจ เธอเอ่ยขึ้นว่า “ประมาณสามในสี่ ส่วนที่เหลือ ไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมไปกับพวกเรา”
“ถึงเราจะบอกสถานการณ์จริงของฐานที่มั่นเมืองหลวงให้พวกเขาฟังแล้ว ทั้งยังบอกด้วยว่าฐานที่มั่นไห่เฉิงจะต้องเจอกับอะไรบ้าง พวกนั้นก็ยังไม่แยแส”
เจียงอวิ๋นถานพยักหน้า ไม่ถามอะไรอีก
เล่าทุกอย่างให้พวกเขาฟังแล้ว บอกถึงอันตรายที่อาจเจอด้วย การจากไปจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและมีชีวิตที่ดีขึ้น
ถึงขั้นนี้พวกนั้นก็ยังไม่ยอมไป จะให้พูดอะไรได้อีกเล่า จะไปบังคับให้วัวกินน้ำก็ใช่ที่
คนข้างๆ อาจได้ยินเสียงพวกเธอ จึงพูดถากถางออกมา
“ผู้หญิงอย่างพวกแกจะรู้อะไร แค่เสี่ยงนิดหน่อยก็ทิ้งถิ่นฐานที่สร้างขึ้นมากับมือ ข้าว่าดารากระจอกนี่แหละ เป่าหูข้างหมอนข้างรองหัวหน้าฐาน พวกเขาถึงฟังแก”
“ใครว่าจริงละ ไม่งั้นแค่นางเป็นผู้มีพลังพิเศษธาตุน้ำ จะให้หัวหน้าฐานกับรองหัวหน้าฐานเชื่อฟังได้ยังไง”
“โถ่เอ๊ย ก็มันหน้าตาดีนี่นา ก่อนโลกวันสิ้นโลกก็ใช้หน้าได้ พอโลกวันสิ้นโลกแล้วก็ยังใช้หน้าได้ ขอแค่นอนลง จะเอาอะไรก็ได้มา”
“ฮ่าๆ ใช่เลย จนฉันอยากเกิดเป็นผู้หญิงเลย”
“อิจฉานักก็ไปหาใครสักคนกอดขาไง จะผู้ชายหรือผู้หญิงก็ได้ ทำไมไม่หา หรือไม่อยากหาล่ะ” เจียงอวิ๋นถานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
“ฐานที่มั่นไห่เฉิงก็อยู่ติดทะเล ไม่รู้มีไอ้ขี้แพ้มาจากไหนเยอะแยะ ยังกล้าพูดว่าธาตุน้ำไม่มีประโยชน์อีก ฉันว่าคุณอวี๋ใจดีเกินไปแล้ว ถ้าสูบเลือดพวกแกออกมาให้หมด ยังจะมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกไหม”