หลังจากเสิ่นเฮ่อกุยพูดจบ ก็เห็นเสิ่นหมิงเยียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับกลืนคำพูดลงคอ
เสิ่นหมิงเยียนถึงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกผูกพันลึกซึ้งอะไรกับน้องสาวคนนี้เลย เพียงแค่ด้วยสายเลือดเดียวกัน ปกติจึงดูแลเป็นพิเศษบ้างเท่านั้น
แต่ถ้าอีกฝ่ายมีเรื่องกับอวิ๋นถาน เขาก็ยังจะเลือกอยู่ข้างอวิ๋นถานโดยไม่ลังเล ไม่ต้องพูดว่าเขาทำแบบนี้มันผิดอะไร ผู้ใหญ่ในบ้านก็ต้องเป็นแบบนี้เหมือนกัน
เจียงอวิ๋นถานมองเสิ่นหมิงเยียนแวบหนึ่ง แล้วหันไปพูดกับเสิ่นเฮ่อกุยว่า “ไปเถอะ ไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ริมฝีปากของเสิ่นหมิงเยียนขยับเล็กน้อย ได้แต่มองแผ่นหลังของทั้งสองที่เดินจากไปอย่างช่วยไม่ได้ เธอยิ้มขมขื่น ใช่แล้ว เธอจะคิดยังไง ความคิดจะเปลี่ยนไปยังไง ก็ไม่เกี่ยวกับคนอื่นอยู่ดี
ใครจะไปสนใจความคิดของคนที่ตัวเองไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์ด้วยตั้งแต่แรกกันล่ะ
ทำไมเธอถึงอยากเล่าเส้นทางจิตใจในช่วงนี้ให้เจียงอวิ๋นถานฟังนะ หรือว่าอยากพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้แย่ขนาดนั้น
คำพูดเสียดแทงใจก่อนหน้านี้ มันคือความอิจฉา หรือจะเรียกว่าความริษยา แต่ในความเป็นจริง คำพูดเหล่านั้นพูดออกไปแล้วก็คือพูดออกไป น้ำที่สาดออกไปแล้วย่อมเก็บกลับมาไม่ได้
เสิ่นหมิงเยียนกำมือแน่น มองร่างของเจียงอวิ๋นถานและเฉิ่นเฮ่อกุยที่หายลับไปตรงมุมทางเดิน ขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวออกไปจนหมด
เธอไม่อยากตัดสินว่าอะไรผิดอะไรถูก เธอแค่วางแผนเพื่อตัวเอง
เหยียนอวี้หลางมองไปทางเสิ่นหมิงเยียนหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เธอก็รู้สึกว่าท่าทีของเสิ่นหมิงเยียนที่มีต่อเจียงอวิ๋นถานมันแปลก ๆ
