“เอ๋?”
มั่วอวี้กับชิงฉือสบตากัน ก่อนจะหันไปมองเวินซานจินพร้อมกัน
เวินซานจินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “เรื่องของผู้อื่นไม่เกี่ยวกับพวกเรา ข้าได้ยินมาว่าที่ตรอกหมอดูมีคนมาตั้งแผงกันมากมาย รีบไปจับจองทำเลดี ๆ กันเถิด!”
นางพามั่วอวี้กับชิงฉือจากไปอย่างไม่ลังเล เวินชิงเมี่ยวที่ดวงตาบวมแดงจ้องแผ่นหลังของนางอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะเบะปาก
เดิมทีนางคิดว่าในเมื่อเวินซานจินเอ่ยปากปลอบนางแล้ว อย่างน้อยก็คงพูดอะไรอีกสักสองสามประโยค ไหนเลยจะคิดว่าคนผู้นี้กลับหันหลังเดินจากไปทันที
เวินชิงเมี่ยวกระทืบเท้าอย่างโมโห
รอให้นางได้พบมารดา นางจะต้องฟ้องมารดาให้ได้!
“รถม้าที่ข้าขอไว้เล่า ไฉนยังไม่มาอีก!” นางขมวดคิ้วแน่น แล้วหันไปเล่นงานแม่นมข้างกาย
แม่นมหันไปถามสาวใช้ที่กลับมาจากเรือนด้านหลัง “รถม้าที่คุณหนูต้องการเล่า?”
สาวใช้ไม่อยากยั่วโทสะเวินชิงเมี่ยวที่กำลังเดือดดาล ทว่าก็จำต้องกัดฟันเอ่ย “พ่อบ้านกล่าวว่า นายท่านไม่อนุญาตให้คุณหนูไปหาฮูหยินเจ้าค่ะ...”
“ไม่อนุญาต? ด้วยเหตุใดจึงไม่อนุญาต!” ดวงตากลมโตของเวินชิงเมี่ยวเบิกกว้าง “มารดาข้าไปบ้านท่านลุง ข้าย่อมต้องตามไปด้วยอยู่แล้ว!”
สาวใช้ที่ถูกนางตวาดก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าส่งเสียง
“แม่นม...” เวินชิงเมี่ยวดึงชายเสื้อแม่นม อยากให้อีกฝ่ายช่วยคิดหาทาง
แม่นมมองเด็กที่ตนเลี้ยงดูมากับมือ ทั้งยังรู้ดีว่านายท่านกับฮูหยินต่างไม่ใส่ใจนาง ในใจก็ยิ่งรู้สึกสงสาร
ทว่านางเป็นเพียงบ่าวไพร่ ไม่มีอำนาจเปลี่ยนการตัดสินใจของนายท่าน ทำได้เพียงจับมือเวินชิงเมี่ยวแล้วปลอบว่า “คุณหนูสี่เชื่อฟังเถิด ฮูหยินคงรีบร้อนออกเดินทาง จึงไม่ทันพาคุณหนูไปด้วย”
“ไม่เช่นนั้นคุณหนูเขียนจดหมายถึงฮูหยินสักฉบับดีหรือไม่เจ้าคะ แม่นมจะให้คนช่วยนำไปส่ง บางทีพรุ่งนี้ฮูหยินอาจส่งคนมารับคุณหนูก็ได้”
ดวงตาของเวินชิงเมี่ยวเป็นประกาย นางพยักหน้าแรง ๆ “ดี!”
นางรีบเขียนจดหมายเสร็จแล้วส่งให้แม่นม เมื่อคืนวุ่นวายมาทั้งคืน นางเหนื่อยจนลืมตาแทบไม่ขึ้น พอล้มตัวลงบนเตียงก็หลับสนิท
