เวินชิงจือเหลือบมองผักในชามที่ขึ้นราจนฟู มือข้างหนึ่งยันกำแพง ก่อนจะหันไปอาเจียนอย่างหนักใส่มุมห้อง
ผู้คุมที่กำลังจะจากไปได้ยินเสียง จึงหันกลับมามองแล้วหัวเราะเยาะ
“ถึงกับมาอยู่ในคุกแล้ว ยังจะทำตัวสำออยอีกหรือ? อยากอาเจียนก็อาเจียนไปตามสบาย อย่างไรเสียเจ้ายังไม่รู้เลยว่าจะต้องอยู่ในคุกนี้อีกนานเท่าไร”
“ต่อให้เจ้าอาเจียนจนเต็มคุก ที่นี่ก็เป็นที่อยู่ของเจ้าเองทั้งนั้น”
เวินชิงจือ “...”
นางใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพง อีกข้างกำแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู
ผู้คุมย่อมไม่พลาดสีหน้าของนาง ทว่าคุณหนูคุณชายผู้สูงศักดิ์ที่เข้ามาอยู่ในคุกก็มักมีท่าทีเช่นนี้ ไม่เห็นจะแปลกใหม่ตรงไหน
เขาฮัมเพลงพลางตั้งใจจะเดินจากไป พลันถูกเวินชิงจือเรียกไว้
“เจ้ารอก่อน!”
เวินชิงจือรีบก้าวไปสองสามก้าว มือคว้าซี่กรงไม้ไว้ คิ้วขมวดแน่นจนดวงตาดูหม่นลง ก่อนถามว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าต้องอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไร?”
ผู้คุมเหลือบมองนางอย่างดูแคลน มือที่วางอยู่ตรงเอวกระดิกนิ้วเบา ๆ ความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ย
เวินชิงจือ “...”
นางอดด่าผู้คุมในใจว่าโลภมากไม่ได้ ริมฝีปากเม้มแน่น ไม่ขยับเขยื้อน
“ถุย!”
เมื่อเห็นนางไม่ยอมให้เงิน สีหน้าของผู้คุมก็เย็นชาลง
“ไม่มีเงินแล้วจะถามหาอะไร!”
เมื่อเห็นผู้คุมกลอกตาแล้วทำท่าจะเดินจากไป เวินชิงจือก็ข่มไฟโกรธที่พลุ่งขึ้นในใจ ก่อนถอดต่างหูข้างหนึ่งออกแล้วยื่นลอดซี่กรงไม้ให้เขา
“เจ้ารอก่อน! อยากได้เงินใช่หรือไม่? เอาของชิ้นนี้ไป”
ผู้คุมชะงักฝีเท้า หันกลับมามองนาง
ในมือขาวผ่องเรียวบางของหญิงสาว ต่างหูไข่มุกเม็ดเล็กแวววาวแกว่งไกวไปมา
เวินชิงจือกล่าวว่า “ไข่มุกเม็ดนี้มาจากต่างแดน มิใช่ไข่มุกธรรมดา คนที่รู้จักของย่อมรู้ว่าไข่มุกเช่นนี้หาได้ยากเพียงใด”
นางจ้องผู้คุมอย่างขุ่นเคือง “คราวนี้พูดได้แล้วกระมัง?”
ผู้คุมรับต่างหูจากมือนางมา เม้มปากพินิจดูแล้วส่ายหน้า
“ต่างหูแค่ข้างเดียว จะขายได้ราคาอย่างไร!”
เขายัดต่างหูใส่อกเสื้อ แล้วยื่นมือออกมาตรงหน้าเวินชิงจือ กระดิกปลายนิ้วเบา ๆ
เวินชิงจือ “...”
