ลู่เจ๋อชวนนำปืนเข้ามามอบให้ตำรวจคนหนึ่ง เมื่อพวกเขาเห็นปืน สีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“จือชิงเวิน ปืนกระบอกนี้ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่าจะหนี คิดว่าถ้าวิ่งเข้าไปในป่าลึกพวกมันคงไม่ตามต่อ ที่ไหนได้พวกมันมีปืนก็เลยตามเข้ามาด้วย ถ้าตอนนั้นฉันหลบไม่ทัน ฉัน...”
เวินหลีพูดพลางน้ำตาก็ไหลลงมา “พี่ตำรวจคะ พวกพี่ต้องให้ความเป็นธรรมกับฉันนะ ฉัน... ฉัน...”
ตอนนี้เวินหลีสะอื้นจนพูดไม่ออก ร่างกายสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม
ทุกคนเห็นสภาพเธอแล้วต่างแสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจ
ลู่เจ๋อชวนกำเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือแน่น ดวงตามืดหม่นไม่ชัดเจน แม้ว่าจะรู้ว่าเวินหลีแกล้งน่าสงสาร แต่สถานการณ์ตอนนั้นต้องอันตรายมากแน่ๆ
ที่เธอหนีรอดมาได้ก็เพราะเธอฉลาด แต่พวกสารเลวนั่น...
“จือชิงเวิน คุณกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ เรื่องนี้เราจะสืบสวนให้ชัดเจน ถึงเวลานั้นจะให้คำตอบกับคุณแน่นอน”
เวินหลีพยักหน้าอย่างซาบซึ้ง “ขอบคุณพี่ตำรวจมากค่ะ แต่ว่าฉันอยากไปคอมมูนเพื่อโทรหาพ่อแม่ฉันที่บ้าน สักหน่อย จะได้บอกว่าฉันปลอดภัยดี”
“ดี ไปเถอะ พวกเรายังต้องไปตามหาคนที่ชื่อจ้าวซาน ถ้ามีเรื่องอะไรจะแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน”
เวินหลีออกมาจากห้องทำงาน หลี่เซียงเซียงและเฉินเยียนก็รีบเข้าไปประคองเธอทันที “เสี่ยวหลี อย่ากลัวนะ พวกเราอยู่ที่นี่แล้ว”
“ฉันไม่เป็นไรแล้ว ฉันอยากไปโทรศัพท์ที่คอมมูน พวกเธอกลับไปก่อนเถอะ”
