“จือชิงเวินดูคุ้นเคยกับที่นี่ดีนะคะ?” หลี่หลิงหลิงถามพลางเก็บเกาลัดจากพื้นไปพลาง ทำทีเป็นถามผ่าน ๆ
“ตอนมาถึงใหม่ ๆ ไม่ค่อยรู้จักทางแถวเขาด้านหลัง เดินหลงมาถึงที่นี่ ต่อมาพอรู้ว่าแถวนี้สัตว์ป่าน้อย ก็เลยเข้ามาหาฟืนเพิ่มอีกสองหน!”
หลี่หลิงหลิงถอนหายใจ “นั่นก็ใจกล้าไม่เบาเลยนะ ฉันลงหมู่บ้านมาตั้งสองปียังไม่กล้าเข้ามาคนเดียวเลย!”
เวินหลีแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าเธอกำลังหยั่งเชิง คิดในใจ สายลับอย่างเธอจะมาบอกว่าตัวเองขี้กลัวนี่มันใช่ที่เหรอ? แต่สีหน้าเธอยังเรียบเฉย
“ฮิ ๆ ฉันฝึกมวยทหารมาบ้าง กล้ามันก็เลยเยอะกว่าผู้หญิงทั่วไปหน่อย ถ้าเจอสัตว์ใหญ่ ก็ยังพอมีทางหนีรอดอยู่นะ!”
“ได้ยินจากจือชิงกัวว่า คุณอยู่บ้านถูกเลี้ยงอย่างคุณหนู ไม่นึกเลยว่าจะทนลำบากได้ขนาดนี้ ดูท่าคำพูดจือชิงกัวจะเชื่อไม่ได้นะเนี่ย!”
“จะว่าเลี้ยงแบบคุณหนูก็ไม่เชิงนะ ตอนเด็กฉันร่างกายไม่แข็งแรง ที่บ้านก็เลยดูแลมากหน่อย แล้วฉันก็ไม่ใช่คนสู้งานอะไร แค่ฝึกไว้เบา ๆ ให้แข็งแรงเฉย ๆ!”
หลี่หลิงหลิงหยั่งเชิงอยู่ครู่ใหญ่ แต่ไม่ได้อะไรเลย เวินหลีตอบได้แนบเนียน กลัวถามมากจะผิดสังเกต เลยเปลี่ยนเรื่องไป
ทั้งสองคนเก็บเกาลัดเต็มตะกร้าสะพายหลังแล้วถึงกลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่น ๆ เวลาก็เลยบ่ายเข้าไปแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านเลยเรียกให้ทุกคนลงเขาก่อน ไปแบ่งเนื้อหมูป่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ
