หลังจากโจวอวี๋กับพวกจัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย เวินหลีก็ต้องไปรับเฉินเยียนและฉีจวินอีก
ซูฮ่าวบังเอิญมีเวลาพอดี จึงไปสถานีรถไฟกับเวินหลีด้วย
ทั้งสองฝากลูกไว้ให้คุณแม่ฉีดูก่อนชั่วคราว แค่พวกเขาสองคนสามีภรรยามาจัดการเรื่องที่พักให้เรียบร้อยก่อน รอสักพักค่อยไปรับลูกมา จะได้ไม่เหนื่อยมาก
“พี่สะใภ้ พี่ชายฉันช่วงนี้หายไปไหนอีกแล้ว ฉันโทรหาก็ไม่เจอตัวเลย!”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาบอกพี่ว่าต้องไปทำภารกิจ น่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ นายหาพี่ชายมีธุระเหรอ?”
ซูฮ่าวเอามือกุมขมับด้วยความหงุดหงิด “แม่ฉันแนะนำคนให้ไปดูตัวอีกรอบแล้ว ฉันยังไม่อยากแต่งงาน อยากให้พี่ชายช่วยไปพูดกับพ่อแม่ให้!”
แม่ของซูฮ่าวเป็นห่วงเรื่องชีวิตคู่ของซูฮ่าวตลอด ตั้งแต่เขากลับมาที่เมืองหลวง ก็ให้เขาไปดูตัวเป็นระยะ ๆ ไม่แปลกที่ซูฮ่าวจะรำคาญ
“อย่าไปหาเรื่องใส่พี่ชายนายเลยนะ แค่เพราะเขาช่วยพูดให้นาย น้าสะใภ้ก็ด่าพี่ชายนายไปหลายรอบแล้ว!”
“แหะ ๆ แค่แม่เห็นเจ้าต้วมเตี้ยมแล้วน่ารัก ก็เลยอยากอุ้มหลานเองบ้าง!”
เวินหลีส่ายหน้าอย่างขัดใจไม่ได้ เห็นซูฮ่าวไม่อยากแต่งงานจริง ๆ ก็เลยพูดว่า “นายไม่ได้จะต้องเรียนหนังสือเหรอ ก็บอกไปสิว่ารอให้เรียนจบมหาวิทยาลัยก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องแต่งงาน!”
ซูฮ่าวเสียงดังอย่างหัวเสีย “นี่แหละที่น่ากลัวที่สุด คนที่จะให้ไปดูตัวเรียนที่เดียวกับฉันเลย แม่ฉันไปหาเชือกเส้นไหนมาเชื่อมญาติกันก็ไม่รู้ แถมยังให้ฉันไปทำความรู้จักกับผู้หญิงคนนั้นที่โรงเรียนอีก ตอนนี้ฉันแค่อยากตั้งใจเรียน!”
