พอได้ยินแบบนี้ ซูเหยาก็รู้สึกเหมือนได้กินยาคลายกังวลเข้าไปเม็ดหนึ่ง
ซูเหยาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลือกพูดถึงของที่ไม่มีในบ้านว่า
“ฉันอยากกินปลา แต่เหมือนที่บ้านจะไม่มีนะ”
หลัวเฟยกำหมัดแน่น แอบถลึงตาใส่ซูเหยา
นังผู้หญิงนี่ ยังเลือกกินของดีอีก!
“ไม่เป็นไร เมื่อวานฉันเห็นบ้านคุณอามี เดี๋ยวฉันไปถามดูว่าจะขอเอามาให้เธอกินก่อนได้ไหม”
ซูเหยาลังเลเล็กน้อย
“เอ๊ะ? แบบนั้นไม่ค่อยดีมั้ง ปลานี่แพงมากเลยนะ ฉันไม่มีเงิน...”
หลัวเฟยยิ้มพลางตอบ
“ไม่เป็นไร ฉันมีเงิน เราก็คนในครอบครัวเดียวกัน เด็กสำคัญกว่า”
ลงทุนไว้ก่อน! ก็แค่ปลาตัวเดียวเองไม่ใช่เหรอ?!
รอให้เธอแต่งกับพี่รองก่อน อยากกินปลาเท่าไรก็ได้กิน!
ดวงตาซูเหยาเป็นประกาย เธอคว้ามือหลัวเฟยไว้ทันที
“น้องสาว เธอดีกับฉันจริง ๆ ขอบใจนะ ไว้ฉันจะชมเธอให้พี่รองฟังเยอะ ๆ เลย!”
พอหลัวเฟยได้ยินประโยคหลัง แก้มก็แดงระเรื่อ ความอัดอั้นในใจก่อนหน้านี้พลันมลายหายไป
“เรื่องแค่นี้เอง พี่สะใภ้รองรออยู่ตรงนี้นะ ฉันจะไปซื้อปลามาให้”
“ได้!”
หลังหลัวเฟยไป ซูเหยาก็เอนตัวลงบนเก้าอี้ผ้าใบ รู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน
ตอนกินข้าว เซี่ยหลินมองปลาบนโต๊ะพลางขมวดคิ้ว
“ปลาเอามาจากไหน?”
ซูเหยารีบตอบทันที