“เป็นยังไงบ้างคะ? สามีตกลงหรือเปล่า?”
ซูเหยาเขย่งปลายเท้า ขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม
เซี่ยหลินเพิ่งได้สติ ก่อนจะหันหน้าหนีอย่างรวดเร็ว แล้วมองซูเหยาด้วยสีหน้าขบขัน
“ซูเหยา แบบนี้สนุกนักหรือไง? ตอนนั้นเธอเป็นคนไล่ฉันไปเองไม่ใช่หรือ?”
พอพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเซี่ยหลินก็เย็นชาลงทันที
คืนเข้าหอวันแรกก็ถูกไล่ออกไป ผู้ชายคนไหนจะทนรับเรื่องแบบนี้ได้
แต่เดิมเซี่ยหลินก็ไม่ได้สนใจซูเหยาอยู่แล้ว จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
ส่วนคนอื่นจะพูดอย่างไร เขาก็ไม่สนใจเช่นกัน
แต่ตอนนี้ซูเหยากลับให้เขาย้ายกลับไปอยู่ด้วย หึ คิดว่าเขาเป็นอะไรกัน?
ไม่มีใครจะเรียกเขามาก็มา ไล่ไปก็ไปได้ตามใจหรอก
ซูเหยาด่าเจ้าของร่างเดิมที่เป็นท่อนไม้อยู่ในใจหลายรอบ ก่อนจะพูดอย่างหน้าแดงว่า
“ก็ครั้งแรกคุณทำฉันเจ็บ ฉันกลัวนี่คะ...”
เจ้าของร่างเดิมนี่มันโง่จริง ๆ เจ็บน่ะดีแล้ว เข้าใจไหม!? นั่นแปลว่าผู้ชายคนนี้ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ แถมยังสะอาดบริสุทธิ์ด้วย! แล้วยังหมายความว่า...ขนาดน่ะ...
แค่ก ๆ ๆ!
สามเดือนแรกอดทนไปก่อน แต่หลังจากนั้นก็ยังมีโอกาสนี่นา!
แต่ผู้ชายคนนี้ก็รับมือยากเกินไปแล้ว! ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด!
เซี่ยหลินชะงักลมหายใจ ภาพบางอย่างพลันผุดขึ้นมาในหัวชั่วขณะ ทว่าครู่ต่อมาสีหน้าของเขาก็เย็นชาลง
ภาพเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกขยะแขยง
“ไม่มีทาง! อย่าพูดเรื่องนี้อีก!”
พูดจบเขาก็เดินผ่านซูเหยาออกจากห้องรับแขกไปทันที ฝีเท้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
ซูเหยาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจ
กว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ยังต้องพยายามอีกไกลสินะ
ซูเหยาเพิ่งจะหันหลังกลับเข้าห้อง ประตูด้านหลังก็เปิดออก
จางหงชุ่ยกวักมือเรียกซูเหยา
“เหยาเหยา มานี่สิ”
ซูเหยาพยักหน้าทันทีแล้วเดินไปหา
“แม่ มีอะไรหรือคะ?”
จางหงชุ่ยจับข้อมือซูเหยา พาเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู
เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงหันไปค้นซองจดหมายใบหนึ่งจากในตู้
จากนั้นก็หันกลับมา มองซูเหยาด้วยสีหน้าจริงจัง