เจียงชิงเคอได้ยินคำพูดเหล่านั้น แววตาก็ฉายประกายลำพองใจวูบหนึ่ง
ซูเหยา เธอคิดว่าพอท้องแล้วจะสบายใจได้เลยหรือไง?! เด็กในท้องใช่ลูกของเซี่ยหลินหรือเปล่าก็ยังไม่แน่!
สีหน้าของจางหงชุ่ยเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวคล้ำ ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังตะโกนใส่คนเหล่านั้นว่า
“พูดบ้าอะไร! ลูกสะใภ้ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย! เด็กในท้องเป็นลูกหลานตระกูลเซี่ยของฉัน! เมื่อก่อนเธอเคยคบกับคุณจริง แต่ตอนนี้คนเรามีอิสระในการเลือกคู่ ถ้าไปกันไม่ได้ก็เลิกกัน มีปัญหาอะไรหรือไง? ถ้าพูดตามที่เขาว่า ต่อจากนี้ลูกของลูกสะใภ้ฉันก็ต้องเป็นลูกเขาหมดเลยหรือไง?!”
จางหงชุ่ยไม่รู้ว่าซูเหยากับโจวหวนเคยมีอะไรกันหรือเปล่า เธอรู้เพียงว่าตอนนี้ซูเหยาเป็นคนในครอบครัว จึงต้องเข้าข้างคนของตัวเอง
เมื่อก่อนเธอเป็นแม่ม่ายเลี้ยงลูกชายสองคน ไม่รู้ว่าเคยได้ยินข่าวลืออะไรต่อมิอะไรมาบ้าง
เจียงชิงเคอรีบก้าวออกไปยืนต่อหน้าทุกคน แล้วพูดว่า
“คุณป้าทุกคน อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ สมัยนี้ใคร ๆ ก็มีอิสระเลือกคบกัน จะมีอะไรกันบ้างก็เป็นเรื่องปกติ ฉันว่าตอนนั้นพี่ซูเหยาเองก็คงไม่รู้ว่าจะท้อง ถ้ารู้ก็คงไม่จงใจหลอกพี่รองเซี่ยหรอกค่ะ!”
โจวหวนพูดอย่างหดหู่จากด้านข้างว่า
“ขอบคุณคุณลุงคุณป้าทุกคนที่เห็นใจผม แต่เข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้บอกว่าเด็กเป็นลูกผม แค่ยังตัดใจไม่ได้เท่านั้น ในเมื่อเหยาเหยาชอบเซี่ยหลิน ก็ปล่อยให้พวกเขาใช้ชีวิตด้วยกันดี ๆ เถอะครับ”
พวกผู้หญิงที่พาดจอบไว้บนบ่าพากันเดือดดาลแทนเขาทันที
“โธ่เอ๊ย เป็นผู้ชายหน่อยได้ไหมล่ะ! มิน่าล่ะเขาถึงไม่เอาแก! ก็แค่อยากหาคนเลี้ยงดูไปนาน ๆ ไม่ใช่หรือไง? รองเซี่ยนี่โชคร้ายจริง ๆ ดันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้!”
“ใช่แล้ว ปัญญาชนเจียงก็ไม่ต้องช่วยพูดแทนเธอ! ครอบครัวของเธอดังไปทั่วหมู่บ้านแล้ว แม่ตาย พ่อเอาแต่กินเหล้า น้องชายก็เอาแต่เกียจคร้านกับเล่นพนัน ทั้งบ้านอาศัยหลอกเงินผู้ชายเลี้ยงชีพ!”
“ใช่! อาศัยหน้าตาไปยั่วยวนผู้ชายไปทั่ว หน้าด้านจริง ๆ!”