ติงฉิงมองผู้จัดการพาน เขารู้ว่าที่อีกฝ่ายถามราคาก่อนก็เพื่อหยั่งเชิงดูว่าเขาจะยอมลดได้แค่ไหน
เจ้าของร้านของเก่าต้องรับมือลูกค้าอยู่สองแบบ แบบแรกคือคนที่เอาของเก่าซึ่งตกทอดมาจากที่บ้านมาขาย แต่ไม่รู้ว่าของที่ได้รับสืบทอดมานั้นมีมูลค่าเท่าไร คนประเภทนี้ไม่รู้ราคาที่แท้จริง จึงหลอกให้ขายถูกได้ง่าย
ส่วนอีกแบบคือคนในวงการที่เอาของมาขาย คนพวกนี้รู้มูลค่าของอยู่แล้ว จึงไม่มีทางทำกำไรก้อนโตได้ง่าย ๆ
ผู้จัดการพานไม่รู้จักติงฉิง และไม่รู้ว่าเขาเป็นคนในวงการหรือเปล่า จึงให้ติงฉิงเสนอราคาก่อน
ติงฉิงเคยเดินตลาดของเก่ากับลูกพี่ลูกน้องอยู่หลายครั้ง เรื่องพื้นฐานพวกนี้เขาพอเข้าใจ
อีกอย่าง ระบบดวงตาทิพย์ก็ประเมินราคาให้เขาแล้ว
เขาจึงพูดอย่างมั่นใจว่า “ฐานรองนี่ทำจากไม้หวงฮวาหลี ส่วนกระถางธูปด้านบนก็หายาก เป็นเครื่องเคลือบแดงแบบหลางเหยา ดูสิ เคลือบด้านในบริสุทธิ์ขนาดไหน แถมยังมีลายแตกรานขนาดใหญ่ สภาพก็ดีมาก ฉันไม่เรียกราคาเกินไปหรอกนะผู้จัดการพาน ฉันรู้ว่าถ้าคุณเอาของสองชิ้นนี้ไปขาย ต้องได้เกิน 10 ล้านแน่ ๆ ฉันไม่เอามาก แค่ 8 ล้านก็พอ!”
พอได้ยินติงฉิงเรียกราคา ผู้จัดการพานก็ใจหายวาบ เขารู้แล้วว่าหนุ่มคนนี้รู้มูลค่าของทั้งสองชิ้น ดูท่าคงไม่มีทางได้ของดีราคาถูกเสียแล้ว
ต้องรู้ว่าถ้าเป็นคนทั่วไปเอาของแบบนี้มาขาย ต่อให้เขาให้ราคาแค่ 100,000 คนขายก็คงยิ้มรับแล้ว
ถ้าเขาซื้อมาได้ในราคา 8 ล้านจริง ๆ ก็ทำกำไร 2 ล้านได้สบาย
