บทที่ 12 เรียกฉันว่าเทพพ่อครัวก็ได้!
เฉินฮ่าวอวี่นั่งรถของซูอวี่เหยาไปยังบ้านเช่าที่เคยอยู่
หลังจากติดต่อเฉินฮ่าวอวี่ไม่ได้ เจ้าของบ้านเช่าจอมร้ายกาจก็ขนข้าวของของเขาออกมาจนหมดตั้งนานแล้ว
บ้านหลังนั้นถูกปล่อยให้คู่รักนักศึกษามาเช่าเมื่อสองเดือนก่อน
เพื่อเลี่ยงไม่ให้เฉินฮ่าวอวี่กลับมาเอาเรื่อง เธอจึงไม่ได้โยนข้าวของทิ้ง แต่เอาไปเก็บไว้ในโกดังชั้นใต้ดินแทน
เฉินฮ่าวอวี่เก็บเสื้อผ้า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และตำราเต๋าเก่าแก่สองสามเล่มใส่กระเป๋าเดินทาง ส่วนของอย่างอื่นเขาโยนทิ้งไปในฐานะขยะทั้งหมด
พอขึ้นรถ เฉินฮ่าวอวี่ก็มองผ่านกระจกมองหลังเห็นเจ้าของบ้านเช่าที่ยังยืนด่าไม่หยุดอยู่ตรงนั้น เขากัดฟันพูดว่า “ให้ตายสิ นี่มันมังกรตกน้ำตื้นยังโดนกุ้งรังแก พยัคฆ์ตกที่ต่ำยังถูกสุนัขข่มชัด ๆ ฉันเป็นถึงเทียนซือผู้ยิ่งใหญ่ แต่กลับโดนคนด่าจนแทบจมกองน้ำลาย ไร้เหตุผลสิ้นดี!”
ซูอวี่เหยายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “นายเก่งนักไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่ใช้วิธีที่จัดการต่งหัวไปจัดการเธอล่ะ?”
เฉินฮ่าวอวี่กลอกตา “ถึงเจ้าของบ้านเช่าคนนั้นจะพูดจาไม่น่าฟังและไร้เหตุผล แต่ยังไงเธอก็ให้ที่ซุกหัวนอนกับฉัน แถมต่อให้ฉันหายไป 100 วัน เธอก็ยังไม่แตะข้าวของของฉันเลย ลูกผู้ชายต้องแยกแยะบุญคุณกับความแค้น ฉันจะไปจัดการเธอได้ยังไง”
พูดถึงตรงนี้ เฉินฮ่าวอวี่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง รีบเสริมขึ้นว่า “อีกอย่าง ต่งหัวมีปัญหาที่หัวใจอยู่แล้ว จะมาเกี่ยวอะไรกับฉันได้วะ”
