บทที่ 13 ประกาศสุดโหด
ผ่านไปครู่หนึ่ง ซูอวี่เหยาก็เป่าผมจนแห้งแล้วเดินมาที่ห้องอาหาร
เห็นเฉินฮ่าวอวี่ยังนั่งนิ่งไม่แตะต้องอะไร ซูอวี่เหยาก็พูดว่า “ใช้ได้ อย่างน้อยนายก็ยังมีมารยาทสุภาพบุรุษอยู่บ้าง”
เฉินฮ่าวอวี่หยิบชามขึ้นมา ตักข้าวเข้าปากคำหนึ่งแล้วพูดว่า “แน่นอนสิ สาวสวยระดับเธอ ฉันต้องรออยู่แล้ว ยังไงมองของสวย ๆ ก็ทำให้อิ่มได้ด้วยนี่นา ถ้าเป็นผู้หญิงขี้เหร่ ต่อให้ฆ่าฉันให้ตายก็ไม่ยอมกินข้าวกับเธอหรอก”
ซูอวี่เหยาถอนหายใจ “เฉินฮ่าวอวี่ บางครั้งฉันก็อยากเอาด้ายเย็บปากนายจริง ๆ”
เฉินฮ่าวอวี่ตอบว่า “กินข้าวเสร็จค่อยเย็บสิ บนโลกนี้มีแค่สาวงามกับอาหารอร่อยที่ไม่ควรทำให้ผิดหวัง”
ซูอวี่เหยาหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วพูดว่า “งั้นฉันขอลองชิมหน่อย ว่าของที่นายทำเป็นอาหารอร่อยจริงหรือเปล่า”
เธอคีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่ง จุ่มน้ำซุปเล็กน้อยแล้วใส่ปาก ดวงตาของซูอวี่เหยาพลันเป็นประกาย
เธอรู้สึกถึงความหวานหอมสดชื่นของเนื้อปลาที่ผสานเข้ากับรสเปรี้ยวหวานของน้ำซุปได้อย่างลงตัว เกิดเป็นรสชาติที่แปลกใหม่และชวนให้ลิ้มรสซ้ำไม่รู้เบื่อ
ซูอวี่เหยาลองชิมมะเขือเทศผัดไข่อีกหน่อย แล้วซดน้ำแกงผักกาดขาววุ้นเส้นหนึ่งคำ ก่อนจะพูดอย่างประหลาดใจว่า “ฝีมือระดับเชฟภัตตาคารห้าดาวเลยนะเนี่ย”
เฉินฮ่าวอวี่เบ้ปาก “อย่าด่าฉันได้ไหม เชฟภัตตาคารห้าดาวพวกนั้น อย่างมากก็เป็นได้แค่ลูกศิษย์ฉันเท่านั้นแหละ ไม่ได้โม้นะ ถ้าเครื่องปรุงในครัวเธอมีเกรดดีกว่านี้ อาหารที่ฉันทำคงอร่อยขึ้นได้อีกเท่าตัวเป็นอย่างน้อย”
ซูอวี่เหยาพูดว่า “ฉันเชื่อ งั้นสามเดือนนี้เรื่องทำอาหารก็ฝากนายแล้วกัน”
