อันหลานหยุดฝีเท้ากึก เสียงนี้ฟังดูดังยิ่งกว่าความเคลื่อนไหวของปลาครีบเกล็ดเกราะเขียวตัวก่อนเสียอีก
ปฏิกิริยาแรกของอันหลานคือ มีของใหญ่โผล่มาอีกแล้ว
เขารีบหันไปมองทางต้นเสียง
แต่ในวินาทีถัดมา
“ซ่า... ...”
“ซ่า... ...”
“เพี๊ยะ!”
เสียงยังคงดังต่อเนื่อง แถมยังดังขึ้นติด ๆ กัน
เสียงถี่กระชั้นและรุนแรงถึงเพียงนี้ คิ้วของอันหลานพลันขมวดเข้าหากัน ฟังดูไม่เหมือนเสียงที่ปลาจะทำได้เลย
กลับคล้ายมีสัตว์ขนาดใหญ่กำลังล่าเหยื่ออยู่ในน้ำมากกว่า
สีหน้าของอันหลานเคร่งขรึมลงทันที
เขาไม่ได้เลือกจากไปในทันที และไม่ได้ผลีผลามเข้าไปใกล้
แต่ค่อย ๆ ย่อตัวลงก่อน
มือกำฉมวกแน่น สายตาจับจ้องไปยังจุดที่มีเสียงดังมาจากหลังดงกกผืนใหญ่ซึ่งสูงถึงระดับอก
หากอยู่ในป่าลึก อันหลานคงหันหลังเผ่นไปแล้ว
แต่ที่นี่คือบึงต้าเจ๋อ ไม่มีเสือหรือหมีซึ่งเป็นสัตว์ดุร้ายพวกนั้น
ดังนั้นอันหลานจึงยังคิดจะเข้าไปดู เพียงแต่ต้องย่องไปเงียบ ๆ อย่าให้เกิดเสียง
บางทีอาจเป็นตะพาบตัวใหญ่ก็ได้ แบบนั้นก็รวยแล้วไม่ใช่หรือ?
ไม่นาน อันหลานก็ค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ เขากลั้นหายใจ
ค่อย ๆ แหวกกออ้อที่อยู่ตรงหน้า
อาศัยแสงจันทร์
มองไปยังทิศทางที่เสียงดังมา
ไม่นานอันหลานก็เห็นผืนน้ำที่กำลังปั่นป่วนพลุ่งพล่าน
ในน้ำ
มีเงาดำขนาดมหึมาพาดขวางอยู่
ร่างกายกว่าครึ่งของสิ่งนั้นจมอยู่ใต้น้ำ
เผยให้เห็นเพียงแผ่นหลังที่กว้างใหญ่และขรุขระ
เกล็ดเกราะสีเทาดำเป็นปื้น ๆ สะท้อนประกายเย็นเยียบใต้แสงจันทร์
