.... .....
ในเวลาเดียวกัน
เรื่องที่เกิดขึ้นในตลาดวันนั้นก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อคนรู้จักจางเอ้อร์โก่วหลายคนเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
ทุกคนจึงได้รับรู้ข่าวดังกล่าว
ข่าวที่อันหลานกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านเฉวียนแล้ว
ทั้งที่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ตระกูลอันยังดูราวกับใกล้ถึงคราวล่มสลาย
แต่เพิ่งผ่านไปนานเท่าไรกัน
อันหลานก็กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์เสียแล้ว
อายุสิบสี่ปี เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นด่านผิวหนัง
ยังได้รับเชิญจากตระกูลหวังแห่งหมู่บ้านต้าเจ๋อให้ไปเป็นเค่อชิง ด้วยค่าตอบแทนเดือนละสิบตำลึงเงิน
คนทั้งหมู่บ้านต่างรู้สึกว่าเหลือเชื่อ
ไม่มีใครคาดคิดว่า พี่น้องตระกูลอันซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนบิดามารดาถูกเกณฑ์ตัวไป ทั้งครอบครัวยากจนจนแทบไม่มีข้าวกิน เพียงชั่วพริบตากลับพลิกฐานะขึ้นมาได้
บางคนอิจฉา บางคนริษยา ขณะที่บางคนเริ่มคิดคำนวณว่าเมื่อก่อนตนเคยมีไมตรีกับตระกูลอันหรือไม่ และตอนนี้ควรหาโอกาสไปมาหาสู่กันบ้างหรือเปล่า
ส่วนคนที่เคยรังแกตระกูลอัน หรือพูดจาถากถางต่างก็รู้สึกหวาดหวั่น กลัวว่าอันหลานจะนึกถึงเรื่องเก่าแล้วกลับมาคิดบัญชีกับพวกตนเข้าสักวัน
โดยเฉพาะตระกูลจาง
จางเอ้อร์โก่วขวางทางรีดไถและกล่าวคำข่มขู่ผู้ฝึกยุทธ์ในตลาด เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าผู้คนมากมาย จึงแทบไม่มีช่องให้แก้ตัว ทางการตัดสินความผิดอย่างรวดเร็วและพิพากษาจำคุกสามปี
เมื่อข่าวแพร่ออกมา ครอบครัวของจางเอ้อร์โก่วก็แตกตื่นทันที
แม้จางเอ้อร์โก่วจะไม่เอาไหน แต่ถึงอย่างไรก็เป็นแรงงานวัยฉกรรจ์คนหนึ่งของครอบครัว
อีกทั้งโทษจำคุกสามปี สำหรับคนธรรมดาก็นับว่าหนักหนาสาหัสแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นจางเอ้อร์โก่วยังไปล่วงเกินผู้คนไว้ไม่น้อย หากเข้าไปอยู่ในคุกจริง ไม่รู้ว่าจะทนอยู่ครบสามปีอย่างสงบได้หรือไม่
