ชั่วขณะนั้น ผู้คนที่ก่อนหน้ายังพูดคุยหัวเราะกันอย่างออกรสต่างพากันลนลาน
รอยยิ้มบนใบหน้าของเหล่าหนุ่มสาวที่เมื่อครู่ยังเปี่ยมด้วยความตื่นเต้น บัดนี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น
อ่าวเหยี่ยวสวรรค์ นั่นคือหนึ่งในสิบสองค่ายห่วงโซ่
สิบสองค่ายห่วงโซ่เป็นกลุ่มโจรที่แข็งแกร่งที่สุดในลุ่มน้ำหวยจี้แห่งเมืองหลินชวน
ที่เรียกกันว่าสิบสองค่ายห่วงโซ่ มิใช่ค่ายน้ำเพียงแห่งเดียว หากแต่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มโจรน้ำขนาดใหญ่สิบสองกลุ่ม ซึ่งยึดครองลุ่มน้ำหวยจี้เป็นที่มั่น
พวกมันเรียกขานตนเองว่าสิบสองค่ายห่วงโซ่!
ทั้งสิบสองค่ายคอยส่งสัญญาณสนับสนุนกัน
ยึดครองเส้นทางน้ำ
ปล้นเรือสินค้า
แม้แต่ตระกูลยุทธ์ที่อ่อนแอบางตระกูล หากถูกพวกมันหมายตา คนทั้งขบวนก็จะหายสาบสูญไปในบึงต้าเจ๋อ
และอ่าวเหยี่ยวสวรรค์ก็คือหนึ่งในสิบสองค่าย
โจรน้ำเหล่านี้ปักหลักอยู่ในถิ่นทุรกันดารอันตรายมานาน นิสัยโหดเหี้ยม สังหารผู้คนราวผักปลา หากถูกพวกมันไล่ตามทันแล้ว ทุกคนย่อมไม่มีทางรอด
บุรุษจะถูกฆ่า ส่วนสตรีจะถูกจับตัวไป เมื่อพวกมันย่ำยีจนหนำใจแล้วก็ยังฆ่าทิ้งอยู่ดี!
ชั่วพริบตาเดียว ดวงตาของทุกคนก็แดงก่ำ ทั้งหวาดกลัว ลนลาน และเดือดดาลจนคิดจะสู้ตาย
“ตราบใดที่ยังรักษาภูเขาเขียวไว้ได้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไร้ฟืน!”
ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นอย่างฉับพลัน
“ทิ้งของไร้ประโยชน์ให้หมด ลดน้ำหนักเรือก่อน!”
สิ้นเสียง ก็มีคนรีบพุ่งไปยังกลางดาดฟ้า เตรียมผลักสินค้าหนักแต่ราคาไม่สูงบางส่วนลงน้ำ
แต่คนชำนาญการบังคับเรือเพียงหันไปมองเรือสีดำที่ไล่ตามมาใกล้ขึ้นทุกที สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมลงอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ทันแล้ว!”
“พวกมันใช้เรือเร็วไล่ล่าเรือโดยเฉพาะ ลำเล็ก กินน้ำตื้น เดิมทีก็เร็วกว่าพวกเราอยู่แล้ว เรือของเราใหญ่เกินไป ต่อให้โยนสินค้าทิ้งทั้งหมดก็สลัดพวกมันไม่หลุด!”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ความหวังริบหรี่ในใจพลันมอดดับลงจนหมดสิ้น
หนีไม่พ้น
เช่นนั้นก็มีแต่ต้องสู้ตาย
“บัดซบ!”
“สู้กับพวกมันให้รู้ดำรู้แดง!”
