อันหลานไม่ได้ตอบ
วินาทีถัดมา เลือดลมภายในกายเริ่มไหลเวียน ผิวหนังที่เดิมสงบนิ่งพลันแดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใต้ชั้นผิวหนังยังปรากฏร่องรอยของเลือดลมที่กำลังไหลเวียน
หลอมผิวหนังให้แข็งแกร่งดุจเกราะ
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นด่านผิวหนัง!
มือปราบทั้งสองสบตากัน ในดวงตาไม่เหลือความคลางแคลงอีกแล้ว มีเพียงความเคารพนอบน้อม
เป็นผู้ฝึกยุทธ์จริง ๆ แถมยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่อายุน้อยถึงเพียงนี้
อายุยังน้อยก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นด่านผิวหนังแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ย่อมไม่ใช่คนที่มือปราบสามัญอย่างพวกเขาสองคนจะล่วงเกินได้
ทั้งสองรีบกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “คุณชาย ในเมื่อคนผู้นี้เป็นฝ่ายยั่วยุก่อน พวกข้าจะดำเนินการตามกฎหมาย พาตัวกลับไปที่ว่าการเพื่อรับโทษ ขอที่อยู่ของท่านไว้ด้วย เมื่อทางว่าการจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว จะส่งคนไปแจ้งให้ทราบ”
“ได้”
อันหลานไม่ได้คิดจะหาเรื่องมือปราบทั้งสอง จึงพยักหน้าและบอกชื่อกับที่อยู่ในหมู่บ้านเฉวียนให้พวกเขาทราบ
จากนั้นเขาก็ไม่รั้งรออีกต่อไป ถือซาลาเปาที่ยังกินไม่หมดแล้วเดินจากไปทันที
ทว่าแม้เงาร่างของเขาจะลับตาไปแล้ว ผู้คนที่มามุงดูก็ยังไม่แยกย้ายกันไปทั้งหมด
แววตาของหลายคนเต็มไปด้วยความตกตะลึงและอิจฉาอย่างไม่อาจปิดบัง
ผู้ฝึกยุทธ์ที่อายุน้อยเช่นนี้ ไม่รู้ว่ามาจากตระกูลใหญ่แห่งใด
แต่เมื่อครู่พวกเขาได้ยินนักเลงพูดว่า เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นเพื่อนบ้านของตน
หรือว่าหมู่บ้านต้าเจ๋อของพวกเขาจะมีอัจฉริยะถือกำเนิดขึ้นแล้ว?
