อู่เยว่เอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “ทีมสองทีมนี้ยอมแพ้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
เจี้ยนสุยอวี้ตอบว่า “ไม่แปลกหรอก ทั้งสองทีมมาจากตระกูลใหญ่ แถมสถานการณ์ตอนนี้ก็เสียเปรียบพวกเขามาก
คนที่นำทีมของตระกูลใหญ่ล้วนเป็นผู้สืบทอดในอนาคต ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ก็ย่อมมีโอกาสได้สมบัติมา
แทนที่จะปล่อยให้คนบาดเจ็บล้มตายเพิ่ม สู้รีบออกไปตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า”
อู๋ฉงพยักหน้ารัว ๆ “ใช่ ๆ เยว่เยว่ พวกเขาคงเห็นว่าคะแนนรอบนี้ถูกพวกเรากวาดไปหมดแล้ว เลยยอมแพ้เสียเลย”
อู่เยว่ถามว่า “พวกเขาไม่คิดจะสู้ชิงบอสตัวสุดท้ายอีกหน่อยเหรอ?”
เจี้ยนสุยอวี้ตอบว่า “ถ้าเทียบกับปีก่อน ๆ แล้ว ดันเจี้ยนจะให้คะแนนรวมราว ๆ 200,000 คะแนน
แต่ปีนี้ คะแนนสองแสนแทบทั้งหมดอยู่กับเรา แถมยังเกินไปอีกมาก โอกาสที่จะมีสมบัติที่ทรงพลังยิ่งกว่านี้ปรากฏขึ้นจึงน้อยมาก”
อู่เยว่พยักหน้า “ตอนนี้อั้นอิ่งกำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด เรามาเก็บวัตถุดิบที่เหลือสำหรับประเมินง้าวสามง่ามทองคำให้ครบกันดีไหม?”
เจี้ยเฉินกล่าวว่า “ทำได้ แต่การต่อสู้กลางแม่น้ำยากจะเก็บกู้อุปกรณ์”
อู่เยว่ยิ้มกริ่ม “ฉันมีวิธี”
ตอนนี้แค่ได้ยินอู่เยว่พูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้ว่า ‘ฉันมีวิธี’ เสิ่นเชว๋ก็รู้สึกเหมือนมีอาการหวาดผวาหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
เขาถามอย่างระมัดระวังว่า “เธอคิดจะทำอะไร?”
อู่เยว่ถามว่า “ยังจำดอกไม้พวกนั้นได้ไหม ที่ดูดซับน้ำเก่งเป็นพิเศษ?
ก่อนหน้านี้หัวหน้าทีมให้เก็บกลับมาบ้างเพื่อศึกษา ฉันเลยเก็บมาเพิ่มอีกหน่อย”
ขณะพูด อู่เยว่ก็หยิบดอกไม้ดูดน้ำดอกหนึ่งออกมาจากมิติส่วนตัว
