เจี้ยนสุยอวี้ยกมือกุมหน้าผาก พลางหัวเราะอย่างจนใจ “ให้ฉันพูดเองเถอะ”
อู่เยว่หันมามองอย่างสงสัย “รองหัวหน้าทีม?”
เจี้ยนสุยอวี้กล่าวว่า “อู่เยว่ เธอตื่นพลังจิตขึ้นมาจริง ๆ แถมแก่นพลังจิตของเธอยังเป็นชนิดรูปเพชรสีเงินขาวระดับเอสพลัส ซึ่งหายากและทรงพลังที่สุดด้วย
เท่าที่รู้ตอนนี้ แก่นพลังจิตที่แข็งแกร่งขนาดนี้เคยปรากฏแค่ในข่าวลือ ไม่เคยมีใครครอบครองมาก่อน”
อู่เยว่ทั้งขำทั้งพูดไม่ออก “...เพราะงั้นพวกคุณเลยแต่งเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้ขึ้นมาเพื่อปลอบฉันสินะ?
แก่นพลังจิตรูปเพชรสีเงินขาวระดับเอสพลัส แถมยังลงรายละเอียดทั้งสีทั้งรูปร่างอีก?
ไม่คิดเลยว่าผู้ชายซื่อตรงอย่างคุณจะจินตนาการได้ล้ำเลิศขนาดนี้”
เจี้ยนสุยอวี้ตอบว่า “เรื่องจริง เชื่อฉันเถอะ”
อู่เยว่พยักหน้า “ก็ได้ เห็นแก่ที่คุณปลอบฉันอย่างจริงใจ คุณพูดอะไรฉันก็เชื่อทั้งนั้น
แต่คุณบอกว่าฉันตื่นพลังจิตแล้ว ทว่าฉันกลับไม่รู้สึกอะไรเลย”
เจี้ยนสุยอวี้ขมวดคิ้ว “เรื่องนี้อาจเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตอนพลังจิตของเธอตื่นขึ้น”
อู่เยว่ถามอย่างสงสัย “อุบัติเหตุ? อะไรเหรอ?”
เจี้ยนสุยอวี้กล่าวว่า “ตอนพลังจิตของเธอตื่นขึ้น แก่นพลังจิตทั้งก้อนอยู่ในสภาพเปิดเผยออกสู่อากาศ
อีน่าพยายามแย่งแก่นพลังจิตของเธอไป แต่กลับไปกระตุ้นกลไกปกป้องบางอย่างในร่างกายเธอเข้าโดยไม่ตั้งใจ
มีแสงสีแดงสายหนึ่งห่อหุ้มแก่นพลังจิตของเธอไว้ หลังจากนั้นพลังจิตของเธอก็สงบนิ่งลง
