อู่เยว่เปิดอ่านเคล็ดวิชาเทียนซืออีกครั้ง จดจำตัวอักษรยาก ๆ ในเคล็ดวิชาไว้ ตั้งใจว่าพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนจะไปห้องสมุดเพื่อค้นดูว่ามีบันทึกที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ถ้าหาพจนานุกรมแบบก่อนวันสิ้นโลกเจอได้ก็ดี เธอจะได้เปิดเทียบคำอ่านไปด้วย อ่านต่อได้อย่างคล่องแคล่ว
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ อู่เยว่ก็เข้าไปพักในแคปซูลรักษา
เช้าวันต่อมา เธอไปเรียนวิชาต่อสู้กับเจี้ยเฉินตามปกติ
วันนี้ยังคงเป็นการฝึกพื้นฐาน เจี้ยเฉินคอยแก้ไขจุดออกแรงในแต่ละท่าของอู่เยว่ทีละจุด
เขาราวกับตำราวิทยายุทธที่มีชีวิต มองเห็นข้อผิดพลาดของอู่เยว่ได้ทันที ทั้งยังปรับเนื้อหาการฝึกให้เหมาะกับสภาพร่างกายของเธอได้อย่างทันท่วงที
เจี้ยเฉินเอ่ยว่า “อู่เยว่ ฉันสังเกตว่าเวลาปกติเธอมักใช้มือซ้ายมากกว่ามือขวา ทั้งที่จริง ๆ แล้วเธอถนัดขวา
เธอตั้งใจฝึกตัวเองแบบนี้หรือ? ไม่เลวเลย วันสิ้นโลกใกล้เข้ามาแล้ว ต้องเตรียมทางเลือกให้ตัวเองไว้ให้มากหน่อย”
อู่เยว่รู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ก็รับคำชมของเจี้ยเฉินไว้ “อืม”
ที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจฝึกเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ตัวเอง แต่ในชาติก่อนมือขวาของเธอเคยบาดเจ็บจนใช้การไม่ได้ ต่อมาเพื่อเอาชีวิตรอดจึงจำต้องฝึกใช้มือซ้าย
แม้ตอนนี้มือขวาจะไม่เป็นไรแล้ว แต่นิสัยชอบใช้มือซ้ายก็ฝังแน่นไปแล้ว
เจี้ยเฉินกล่าวว่า “ในเมื่อเธอสู้ได้ทั้งสองมือ ก็มีวิชาที่ฝึกฝนได้มากกว่าคนอื่นหลายแบบ
คนเรามักคิดว่าฝึกมือข้างเดียวให้เชี่ยวชาญย่อมดีกว่าฝึกทั้งสองมือ แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ถ้าใช้ทั้งสองมือได้ดี ก็เท่ากับมีกำลังต่อสู้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
กระบี่คู่ก็รวมเป็นกระบี่เล่มเดียวได้
สองกระบี่รวมเป็นหนึ่ง เมื่อรวมกันก็ไร้ผู้ต้านทั่วหล้า เมื่อแยกออก แต่ละเล่มก็ครองความเป็นใหญ่ได้ด้วยตัวเอง
