ทันทีที่ออกจากดันเจี้ยน เครื่องสื่อสารของอู่เยว่ก็ส่งเสียง “ติ๊ด ๆ” ไม่หยุด
【อู๋ฉง: ฮ่า ๆ ๆ หัวหน้าทีมถึงกับไม่ปล่อยแม้แต่การสังหารเป็นรายแรกในดันเจี้ยนระดับบีบวกเลยเหรอ!】
【ฟู่เหยียนฉี่: ในที่สุดทีมเราก็จะไม่มีข้าวกินแล้วหรือไง? [กังวล.jpg]】
【เจี้ยเฉิน: สมกับเป็นพวกแก】
【ริชาร์ด: อย่าพูดแบบนั้นสิ หัวหน้าทีมอาจจะแค่สมองรวนขึ้นมากะทันหันก็ได้】
【เจี้ยนสุยอวี้: ....นายเองก็ไม่เว้นเขาเหมือนกัน】
อู่เยว่แอบเหลือบมองหน้าต่างแชตกลุ่มเล็ก ๆ ข้างกายพลันมีเสียงเอื่อย ๆ ของเสิ่นเชว๋ดังขึ้น
“พวกเขาพูดถึงอะไรอยู่?”
อู่เยว่รีบปิดเครื่องสื่อสารกลบเกลื่อน แล้วส่ายหน้า “เปล่า ไม่มีอะไรเลย”
เสิ่นเชว๋ทำหน้าเหมือนถูกทอดทิ้ง “แปลว่าพวกเธอแอบตั้งกลุ่มคุยกันลับหลังฉันสินะ”
อู่เยว่รู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อย “หัวหน้าทีม ถ้าอย่างนั้นเราเดินไปคุยไปดีไหม?”
เสิ่นเชว๋ก้มหน้าหงอย อู่เยว่รู้สึกว่าผมขาวฟู ๆ ของเขาดูหม่นลงไปด้วย
เธอรีบปิดกั้นข้อความจากกลุ่ม ลบหน้าต่างแชตแล้วยื่นให้เสิ่นเชว๋ดู “ไม่มีจริง ๆ ดูสิ”
เสิ่นเชว๋เหลือบมอง น้ำเสียงยิ่งตัดพ้อกว่าเดิม “เธอยังปิดกั้นฉันจากหน้าไทม์ไลน์ด้วย”
อู่เยว่ก้มมองรูปคู่ล่าสุดของตัวเองกับกวากวา ใบหน้าบูดบึ้งราวกับมะระขี้นก
เธอนี่มันสมควรตายจริง ๆ อยากจะชกตัวเองสักสองหมัดให้รู้แล้วรู้รอด
อู่เยว่กล่าวขอโทษอย่างจริงใจ “ขอโทษนะหัวหน้าทีม ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าการมีอยู่ของคุณศักดิ์สิทธิ์มาก
ถึงจะเพิ่มคุณไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อแล้ว แต่ฉันก็ไม่กล้าให้ถ้อยคำหยาบคายของตัวเองไปแปดเปื้อนโสตประสาทอันสูงส่งของคุณ”
