คนในหมู่ห้าไม่ได้สนใจจ้าวกังที่กำลังด่าทหารอยู่
ท่ามกลางเสียงนับจังหวะของเหลาหม่า ทั้งหกคนในหมู่ห้าแบกเป้หลังหนักสามสิบกิโลกรัม เดินเรียงแถวตอนหนึ่งผ่านหน้ากองสอดแนมไปอย่างสม่ำเสมอ
หลิวชิงมองตรงไปข้างหน้า ไม่แม้แต่จะชายตามองจ้าวกัง สวี่ซานตัวหน้าตึง ตั้งใจเดินตามจังหวะอย่างเคร่งครัด กลุ่มสามคนของหลี่เมิ่งฝืนความเหนื่อยล้าหลังจากวิ่งมาแล้วห้ากิโลเมตร ยืดอกตรงเหมือนหอก
หลังอาหารเช้า
หวังชิ่งรุ่ยออกคำสั่ง รวมพลทั้งหมด
ใจกลางค่ายของหมู่ห้า ใต้ธงชาติ
หกคนในหมู่ห้าเปลี่ยนเป็นชุดฝึกที่สะอาด ทหารห้าสิบนายจากกองสอดแนมเข้าแถวอยู่ด้านข้าง
“เชิญธงขึ้น!” เสียงของเหลาหม่าแหบแห้ง แต่ก็แฝงไว้ด้วยพลังทะลุทะลวง
หลิวชิงก้าวออกจากแถว เขาประคองธงชาติสีแดงสดด้วยสองมือ เดินไปที่เสาธง เกี่ยวขอ ชักธง
ท่วงท่าเป็นมาตรฐานราวกับหน่วยธง ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน
ที่นี่ไม่มีลำโพง ไม่มีเทปบันทึกเสียง
หน้าอกของเหลาหม่าพองขึ้นสูง “ร้องเพลงชาติ— วันทยาหัตถ์!”
เปรี๊ยะ!
แขนกว่าห้าสิบข้างยกขึ้นพร้อมกัน
“ลุกขึ้น! …..”
เหลาหม่านำร้องประโยคแรกออกมาอย่างสุดเสียง ไม่มีดนตรีประกอบ มีแต่การเปล่งเสียงสุดกำลัง
หลิวชิงใช้สองมือดึงเชือก ธงชาติค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ทุกคนตะโกนจนคอแทบแตก
เสียงร้องเพลงนั้นหยาบกร้าน เพี้ยนเสียง แต่กลับแฝงด้วยพลังชีวิตราวกับเปลวเพลิงลามทุ่ง ดังสะท้อนไปไกลบนทุ่งร้างอันเวิ้งว้างและเงียบสงัด
