ไม่นาน เสิ่นเยี่ยนก็เดินมาเปิดประตู
“ไม่มีค่ะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่เผยซีเห็นเสิ่นเยี่ยนสวมชุดนอน
ชุดนอนของเสิ่นเยี่ยนเป็นสีดำสนิท เรียบไร้ลวดลาย เนื้อผ้าดูคล้ายผ้าไหมแท้
กระดุมติดขึ้นมาจนถึงคอเสื้อ เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าแม้แต่น้อย
สมกับเป็นสไตล์ของเสิ่นเยี่ยน
แต่บางครั้ง ยิ่งแต่งตัวมิดชิดเท่าไร กลับยิ่งชวนให้รู้สึกเซ็กซี่อย่างประหลาด
โดยเฉพาะหลังจากเปลี่ยนทรงผม
ปกติเสิ่นเยี่ยนจะใส่เจลจัดแต่งทรงผม เสยผมขึ้นไปทั้งหมด ทำให้ดูเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว เย็นชาและห่างเหิน
แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาเพิ่งอาบน้ำมา ผมที่เป่าแห้งแล้วนุ่มสลวย ทำให้เผยซีนึกถึงขนของสัตว์ตัวเล็ก ๆ
ดูน่าลูบมากเลย
เธอยังสังเกตเห็นว่า ถึงจะเปลี่ยนมาสวมชุดนอนแล้ว เสิ่นเยี่ยนก็ยังสวมถุงมือผ้าไหมสีขาวราวหิมะคู่นั้นอยู่
“มีอะไรหรือเปล่า?”
ราวกับสังเกตเห็นสายตาที่กำลังพินิจมอง นัยน์ตาลุ่มลึกดุจทะเลของเสิ่นเยี่ยนเผยแววฉงนขึ้นเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่อยากขอบคุณ ขอบคุณสำหรับมื้อดึกกับน้ำแก้เมาค้าง”
หลังพูดจบ เผยซีก็เห็นเสิ่นเยี่ยนเพียงจ้องมองใบหน้าของเธอ สายตาราวกับกำลังบอกว่า: แต่คุณไม่ได้ดื่มเหล้า บนตัวก็ไม่มีกลิ่นเหล้าเลย
“ไม่ต้องเกรงใจ”
สุดท้าย เสิ่นเยี่ยนพูดออกมาเพียงสี่คำนี้
ชายหญิงยืนประจันหน้ากันอยู่ตรงประตูห้องนอน ต่างฝ่ายต่างเงียบงัน
บรรยากาศแบบนี้ชวนกระอักกระอ่วนอยู่ไม่น้อย
“ฉันขอถามอะไรคุณสักข้อได้ไหม?”
“ถามสิ”
“ถ้าศัตรูของคุณต้องการให้คุณช่วย คุณจะช่วยหรือเปล่า?”
พอถามออกไป เผยซีเองยังรู้สึกประหลาดใจ
ทำไมเธอถึงถามเรื่องแบบนี้กับเสิ่นเยี่ยนกันนะ
เธอก็ไม่ได้ดื่มเหล้าที่เอลฟ์ทุ่งเขียวสักหน่อย!
