ตี 5 ครึ่ง เย่ซิงฉือก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำล้างหน้าเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว
เพราะไม่รู้ว่าดันเจี้ยนจะใช้เวลานานแค่ไหน เธอจึงเตรียมอาหารแมวกับน้ำดื่มของเสี่ยวไป๋ไว้ในรถ แถมยังให้เสี่ยวจิ่วช่วยคอยดูแลด้วย
“ถ้าเสี่ยวไป๋อยากลงจากรถไปเดินเล่น หรืออยากเข้าห้องน้ำ ก็ช่วยเปิดหน้าต่างรถให้หน่อยนะ ถ้าในรถหนาวเกินไปก็เปิดฮีตเตอร์ด้วย”
ถึงจะมีทานตะวันคอยดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ แต่เธอก็ยังไม่วางใจ จึงเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนนั้นเป็นก้อนที่ชาร์จเต็มแล้ว
มีแบตเตอรี่อีกก้อน บวกกับพลังงานที่ทานตะวันชาร์จให้ คงใช้ได้นานอยู่พอสมควร
เสี่ยวไป๋รู้ว่าเจ้าของกำลังจะเดินทางไกล และอาจพามันไปด้วยไม่ได้ จึงเข้ามาคลอเคลียอย่างอาลัยอาวรณ์
เย่ซิงฉือลูบหัวมัน พลางปลอบเจ้าเหมียวน้อย
“เดี๋ยวฉันกลับจากผ่านด่านแล้วจะซื้อของอร่อยมาให้ กินอยู่ดี ๆ นะ เข้าใจไหม? ถ้าเจออันตรายก็หลบอยู่ในรถ เข้าใจไหม?”
“เหมียว~”
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเสี่ยวจิ่วคอยเฝ้ารถอยู่ด้วย หากมีใครไม่รักชีวิตกล้ามาโจมตีรถของเธอจริง ๆ
เสี่ยวจิ่วก็สามารถควบคุมเลื่อยยนต์เก็บเกี่ยวบนรถให้โต้กลับได้
เย่ซิงฉือสะพายกระเป๋ามิติ 10 ช่องที่ยึดมาได้ตอนช่วยอาปู้ แล้วเทของทุกอย่างออกจากกระเป๋าคาดเอว 10 ช่องกับเข็มขัดมิติ 8 ช่อง
เธอพกไปแค่น้ำแร่ 10 ขวด เนื้อแห้ง 10 ชั่ง ดาบสั้นชั้นดี กระบี่ยาวเพลิง ปืนพกพร้อมกระสุน 149 นัด และผ้าพันแผล 10 ม้วน
เธอเก็บของใช้ติดตัวทั้งหมดลงในเข็มขัดมิติ กินพื้นที่ไป 6 ช่อง
