ลู่เซวียนไม่ได้แปลกใจกับผลลัพธ์เช่นนี้นัก
ถึงอย่างไร กองยามรักษากฎของตลาดก็ไม่มีทางยอมล่วงเกินจู่เป่าก๋อ เพียงเพื่อเจ้าของร้านเล็ก ๆ คนหนึ่ง
จินซื่อไห่ทำธุรกิจในตลาดชิงอวิ๋นมาหลายปี ความสัมพันธ์กับกองยามรักษากฎของตลาดย่อมแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเจ้าของร้านหน้าใหม่ที่เพิ่งเปิดกิจการได้ครึ่งปีอย่างเขา
คำชี้แจงที่ให้มาอย่างขอไปทีเช่นนี้ นับว่าอยู่ในความคาดหมาย
ลู่เซวียนรินชาให้ตนเองหนึ่งถ้วย ก้มมองใบชาที่ลอยขึ้นลงอยู่ในถ้วย พลางทบทวนเรื่องนี้ในใจอีกครั้ง
จินซื่อไห่ใช้หินวิญญาณติดสินบนกองยามรักษากฎของตลาดได้ครั้งหนึ่ง ก็ย่อมทำได้เป็นครั้งที่สอง
ต่อไปหากมีเรื่องขัดแย้งระหว่างเขากับจินซื่อไห่ กองยามรักษากฎของตลาดส่วนใหญ่คงทำเป็นมองไม่เห็น
เว้นแต่เขาจะมีหลักฐานที่มัดตัวจินซื่อไห่ได้อย่างแน่นหนา มิฉะนั้นการพึ่งพากองยามรักษากฎของตลาดเพียงอย่างเดียวคงไปไม่รอด
หากอยากยืนหยัดในตลาดแห่งนี้ได้ ต่อไปต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งของตนเอง ไม่ใช่รอให้ผู้อื่นมาชี้แจงให้
“ตัวเราแข็งแกร่งขึ้น นั่นแหละคือหลักพึ่งพา ต้องเร่งเพิ่มพูนพลังบำเพ็ญให้เร็วขึ้น! ขั้นฝึกปราณชั้นเจ็ดอ่อนแอเกินไปแล้ว!”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เรื่องค้าขายก็ใช่ว่าจะเร่งรัดได้
ช่วงนี้ชื่อเสียงของร้านยวี่เป่าไจเริ่มแพร่กระจายในหมู่นักบำเพ็ญจรของตลาดอย่างช้า ๆ
ลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังห่างไกลจากคำว่าคึกคักมากนัก
ระหว่างช่วงบ่ายจนถึงพลบค่ำ มีลูกค้าเข้ามาซื้อขายอีกหลายราย
เริ่มจากนักบำเพ็ญจรสองคนที่เดินเข้ามาต่อกัน ต่างคนต่างถืออาวุธวิญญาณเก่าไว้ในมือ
สภาพภายนอกไม่ค่อยดีนัก แต่เนื้อแท้ยังใช้ได้ ซ่อมแซมสักหน่อยก็ยังขายต่อได้
