บอดี้การ์ดหญิงลังเลอยู่ชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็ยอมทำตามคำสั่งและหยุดมือ ทว่าเพียงแค่ไม่ได้เตะซ้ำเท่านั้น ยังคงกดถังซือที่ดิ้นขัดขืนเอาไว้ไม่ปล่อย
“พี่ฉี ปล่อยเขาเถอะค่ะ”
หนีเซวียนเดินเข้าไปจับแขนบอดี้การ์ดหญิงไว้ “ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเขาตามลำพัง พี่ฉี ปล่อยเขาก่อนได้ไหมคะ?”
บอดี้การ์ดหญิงลังเลอีกครั้ง เมื่อเห็นแววตาวิงวอนของหนีเซวียน เธอก็พยักหน้าเบา ๆ ก่อนถอยไปยืนด้านข้าง
หนีเซวียนพยุงถังซือขึ้น แล้วพาเขาไปยังบันไดหนีไฟที่อยู่ไม่ไกล
“เซวียนเซวียน ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“พี่ถังซือไม่ได้รับข้อความที่ฉันส่งให้เหรอคะ?”
ทั้งสองเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อมกัน ก่อนจะหันมามองหน้ากัน
ถังซือขมวดคิ้ว “ข้อความอะไร? จริงสิ เซวียนเซวียน เธอเปลี่ยนช่องทางติดต่อหรือเปล่า? ช่วงก่อนโทรศัพท์พี่ถูกขโมย พอไปทำซิมใหม่ เขาบอกว่าระบบมีปัญหาเลยยังทำให้ไม่ได้พอดี
แล้วสำนักงานกฎหมายก็มีคดียุ่งยากที่ต่างมณฑล เลยส่งพี่ไปทำงานที่นั่น พอพี่ได้เบอร์ใหม่ก็เลยติดต่อเธอไม่ได้ โทรไปส่งข้อความไป เธอก็เหมือนไม่ได้รับเลย?”
หนีเซวียนส่ายหน้า “ฉันไม่ได้เปลี่ยนเบอร์ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นทำไม...”
ถังซือพูดยังไม่ทันจบ ก็พลันนึกถึงข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จักซึ่งได้รับเมื่อวาน เนื้อหาในนั้นทำให้เขาอดคิดโยงไปถึงบางอย่างไม่ได้
“เซวียนเซวียน บอกพี่มาเถอะว่าใช่หย่าหนีบังคับให้เธอทำอะไรหรือเปล่า? แล้วเธอถูกใครจับจุดอ่อนไว้ เลยข่มขู่ให้ทำเรื่องไม่ดีใช่ไหม บอกพี่มา พี่จะช่วยเธอเอง”
