“ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้เสียใจ”
หนีเซวียนฝืนเอ่ย พยายามกลบเกลื่อนความมุ่งร้ายที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขา “ฉันกับพี่ถังซือเลิกกันแล้ว แต่ในใจฉัน เขาก็เหมือนพี่ชาย ฉันไม่อยากให้เขาได้รับอันตราย คุณปล่อยเขาไปได้ไหมคะ?”
“อยากให้ผมปล่อยเขาไปงั้นเหรอ?”
เผ่ยโม่ขยับเข้าใกล้ตามแรงดึงของเธอ แขนยาวโอบเอวไว้ นิ้วโป้งลูบไล้เนื้อนุ่มบริเวณเอวด้านหลัง พลางถามกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“ค่ะ”
หนีเซวียนรีบพยักหน้า พยายามไม่สนใจความรู้สึกอึดอัดตรงเอว ดวงตาจับจ้องเขาแน่วแน่ แฝงแววอ่อนโยนว่าง่าย
แววตาของเผ่ยโม่ยิ่งลึกล้ำ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง ความแห้งคันที่ผุดขึ้นทำให้เขาอดกระแอมไม่ได้ “ได้ งั้นตอนนี้ก็กลับคฤหาสน์เผ่ยกับผม”
เกมที่ต่างฝ่ายต่างยินยอม เขาเล่นจนพอแล้ว เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คนดี จะเสแสร้งเป็นคนมีเมตตาไปทำไม
เขาต้องการเธอ ต้องการให้เธอเป็นของเขาอย่างหมดจดทั้งกายและใจ
คำพูดกำกวมประกอบกับสายตาที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ทำให้หนีเซวียนเข้าใจความหมายของเขาทันที เธอสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเบือนหน้าหนี
“...ได้ค่ะ”
หัวใจเธอสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ถึงกับสงสัยว่าหากช่วยถังซือไม่สำเร็จ หัวใจของเจ้าของร่างเดิมคงระเบิดออกมาแน่
คฤหาสน์เผ่ย
ระหว่างที่เผ่ยโม่ไปอาบน้ำ หนีเซวียนส่งข้อความหาคุณแม่ซ่ง บอกให้เธอพาถังซือไปส่งโรงพยาบาล
เธอเพิ่งวางโทรศัพท์ลง ร่างเปียกชื้นก็แนบชิดเข้ามาจากด้านหลัง จากนั้นภาพตรงหน้าก็ลอยวูบ เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้งก็ถูกโยนลงบนเตียง
