“เจียงฮ่าว ทำไมถึงเป็นเจ้า?”
ใต้แสงจันทร์ หนีเซวียนมองศพคนขับรถม้าที่ถูกกระบี่ปาดคออยู่บนพื้น สายตาเลื่อนไปหยุดบนกระบี่เปื้อนเลือดในมือเขา แววตาพลันหดแคบ มือที่จับม่านรถกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความระแวดระวังฉายชัดในดวงตา
ความระแวงในดวงตาของนางทิ่มแทงหัวใจเจียงฮ่าวจนเจ็บ มือที่กำกระบี่พลันคลายลงโดยไม่รู้ตัว
“เคร้ง”
กระบี่ยาวร่วงลงพื้น เขาปลอบนางอย่างระมัดระวัง “หนีเซวียน ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำร้ายเจ้า”
“แล้วเหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ อีกอย่าง เหตุใดจึงฆ่า...คนขับรถม้า?”
บางทีนางไม่ควรถาม การแสร้งทำเป็นไม่รู้ใช่ว่าจะไม่ใช่เรื่องดี บางทีเพราะแววตาของเขาดูซับซ้อนเกินไป แต่กลับไม่มีเจตนาร้ายแม้แต่น้อย นางจึงยังถามออกไป
“ข้ามีราชการต้องทำ ระหว่างทางผ่านมาทางนี้แล้วได้ยินเสียงผิดปกติ จึงมองเห็นรถม้าที่มีตราประจำตระกูลซือถูอยู่ไกล ๆ จากนั้นก็เห็นสีหน้าคนขับรถม้าผิดปกติ เขาบังคับรถม้าพุ่งไปทางหน้าผาไม่หยุด ข้าจึงรีบเข้ามาสังหารเขาและหยุดรถม้าไว้
ได้ยินมาว่าช่วงนี้เจ้าจะกลับเมืองหลวง ข้าจึงเดาว่าคนในรถม้าคือเจ้า...”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของเขา หนีเซวียนจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าหน้ารถม้าไปไม่ไกลนักมีหน้าผาอยู่ ห่างออกไปเพียงราวหนึ่งร้อยเมตร นางเข้าใจได้ทันทีว่าคนขับรถม้าคงถูกคนติดสินบน
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ขอบคุณที่ช่วยข้า...”
“ท่านแม่”
ซือถูเฉิงโผล่ออกมาจากด้านหลังหนีเซวียน ก่อนค้อมกายคารวะเจียงฮ่าว “ขอบคุณใต้เท้าที่ช่วยเหลือ เมื่อพ้นจากอันตรายแล้ว จวนซือถูของข้าจะไปเยี่ยมเยียนเพื่อขอบคุณอย่างแน่นอน”
แม้เขาจะยังเด็ก ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ แต่ท่าทางกลับสง่างามไม่ธรรมดา
