สติของหลินเหม่ยหยาพร่าเลือนลงทุกขณะ เธอติดอยู่ในสถานที่ที่แยกไม่ออกว่ากลางวันหรือกลางคืน ทุกวินาทีที่ยังมีชีวิตอยู่ล้วนเป็นความทรมาน
แต่แม้แต่คิดจะตาย เธอก็ยังทำไม่ได้ ท่ามกลางการทรมานอันยาวนาน เธอเกลียดทุกคน จากการสาปแช่งไม่หยุดหย่อน ในที่สุดก็กลายเป็นความด้านชา เธอวิงวอนระบบอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร ก็ขอให้ช่วยพาเธอออกจากมิติแห่งนี้
“ระบบ เธอกำลังพูดถึงระบบพิชิตใจ หรือว่าจะเป็นแบบในนิยายจริง ๆ น่ะ? พระเจ้า บนโลกนี้มีของวิเศษแบบนั้นอยู่จริงเหรอ?”
(ติ๊ง! คำเตือนร้ายแรง คำเตือนร้ายแรง โฮสต์เปิดเผยการมีอยู่ของระบบต่อคนพื้นเมืองในโลกนี้ บทลงโทษ: เพิกถอนสถานะผู้พิชิตใจ และลงโทษให้ใช้ชีวิตจนแก่เฒ่าในโลกเดิม
ติ๊ง! ระบบกำลังถอนตัว ระบบกำลังถอนตัว……)
หลินเหม่ยหยาที่กำลังสับสนพลันเบิกตากว้างขึ้นทันที เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะเผลอเปิดเผยการมีอยู่ของระบบไปทั้งที่สติพร่าเลือน จึงเริ่มกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
“อย่านะ อย่าทิ้งฉันไป ระบบ ระบบ พาฉันไปด้วย ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่!”
“พวกคุณดูสิ มีมวลสารโปร่งใสก้อนหนึ่งออกมาจากร่างเธอแล้ว เร็วเข้า รีบจัดการเก็บมันไว้!!!”
คฤหาสน์เผ่ย
ท่ามกลางกลุ่มควัน เผ่ยโม่อ่านเอกสารที่คนจากห้องทดลองนำมาให้จนจบ ก่อนกดก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ แล้วเอนศีรษะพิงโซฟา ดวงตาว่างเปล่าทอดมองโคมระย้าคริสตัลด้านบน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“อาโม่ แม่ได้ยินป้าหลี่กับคนอื่น ๆ บอกว่าลูกไม่ได้กินข้าวอีกแล้ว แม่ตุ๋นน้ำแกงมาให้ ดื่มสักหน่อยเถอะ”
