เย่เฉินมองนางได้ทะลุปรุโปร่ง การได้เป็นมนุษย์ครั้งที่สองทำให้นางมีอารมณ์ความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมคอยชี้นำการวางตัว แต่กลับยากที่จะใช้ความรู้สึกเหล่านั้นก่อเกิดความคิดเป็นของตนเอง
พูดอีกอย่างก็คือ นางไม่มีกรอบศีลธรรมแบบมนุษย์ จึงไม่หวั่นไหวหรือกลัดกลุ้มกับสิ่งที่เรียกว่าความบริสุทธิ์ของหญิงสาว
นางเพียงรู้สึกผูกพันกับซือถูเฉิงเป็นพิเศษอยู่บ้าง
แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ นางติดต่อจูจูไม่ได้ จึงไม่รู้ว่าหากต้องมาเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตอย่างพระเอกอีกครั้ง จะเกิดผลกระทบเช่นไร
โชคชะตาที่เก็บเกี่ยวได้ย่อมมีไม่น้อย แต่ก็ต้องดูด้วยว่านางจะรับมือไหวหรือไม่
“เสด็จแม่!”
เสียงของซือถูเฉิงดังมาจากนอกตำหนัก
หนีเซวียนลุกพรวดขึ้นทันที เปิดประตูแล้วมองไปตามเสียง ก็เห็นคนสองคนยืนอยู่เบื้องล่างบันได เย่เฉินยืนอยู่ด้านหลังซือถูเฉิง มือวางบนไหล่ของเขา ครั้นเห็นนาง เขาก็ก้มลงกระซิบข้างหูซือถูเฉิง ไม่รู้ว่าพูดอะไร
ซือถูเฉิงพยักหน้า ก่อนวิ่งตรงมาหาหนีเซวียนอย่างร่าเริง แม้เขาจะสุขุม แต่ถึงอย่างไรก็เพิ่งอายุได้เจ็ดขวบกว่าเท่านั้น
นับแต่จำความได้ เขาก็ไม่เคยแยกจากหนีเซวียนเลย เมื่อไม่ได้พบกันหลายวัน ความคิดถึงจึงยากจะหักห้าม ร่างเล็กพุ่งเข้าหานางราวกับประทัดน้อย ก่อนโอบกอดเอวนางไว้
“เฉิงเอ๋อร์คิดถึงเสด็จแม่ ฝ่าบาทตรัสว่าเสด็จแม่ก็คิดถึงเฉิงเอ๋อร์เหมือนกัน จึงตั้งใจรับเฉิงเอ๋อร์เข้าวังมาอยู่เป็นเพื่อนเสด็จแม่”
หนีเซวียนโอบกอดเขากลับ สายตาสบเข้ากับเย่เฉินที่เลิกคิ้วมองนาง แววตาลึกล้ำของเขาทอประกายบางอย่างที่ยากจะบรรยาย ทำให้หัวใจคนมองเต้นไม่เป็นจังหวะ
