หนีเซวียนส่ายหน้า ต่อให้มีแผนอะไรอยู่จริง นางก็ไม่มีทางพูดออกมาอยู่ดี
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉู่หลิงหลาน ผู้ไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ทั้งยังเคยหยั่งเชิงพวกนางแม่ลูกสารพัดวิธี
ฉู่หลิงหลานรู้อยู่แล้วว่านางต้องตอบเช่นนี้ จึงไม่ได้ขุ่นเคือง สายตาทอดลงบนใบหน้าของหนีเซวียน ก่อนจะเหม่อลอยไปชั่วขณะ
สือหนีเซวียนมีใบหน้างดงามยิ่ง ทว่านางกลับดูคล้ายไม่รู้ว่าตนเองงามเพียงใด ทั้งยังอ่อนโยนสงบนิ่ง ไร้พิษภัย ราวกับไม่มีอารมณ์ขุ่นข้องใด ๆ
ดังนั้น…
“นิสัยของฝ่าบาท เชื่อว่าฮูหยินคงเคยได้ยินมาบ้าง พระองค์ทำตามใจตนเองมาโดยตลอด อีกทั้ง…ยากจะควบคุม”
ครั้งหนึ่งนางเคยคิดว่าซือถูจิ้งเป็นภูเขาสูงที่ไม่มีวันข้ามพ้น แต่เมื่อได้รู้จักอีกฝ่ายแล้ว นางกลับพบว่าตนคิดผิดไปไกล
คนที่น่ากลัวอย่างแท้จริงคือฝ่าบาทในชาติก่อน ผู้สังหารคนทั้งตระกูลของซือถูจิ้ง แล้วยังใช้ตัวนางสร้างภาพความรักอันลึกซึ้ง พระองค์ใช้เรื่องนี้บอกคนทั้งใต้หล้าว่า
คนที่มีรักและคุณธรรม จะกลายเป็นคนชั่วร้ายอย่างเหลือเชื่อได้อย่างไร?
ยิ่งรู้จักพระองค์มากเท่าไร นางก็ยิ่งเข้าใจว่าข่าวลือในชาติก่อนที่ฟังดูเหลวไหลและน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นล้วนเป็นความจริง
พระองค์ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์ประหลาด
นางกลัวพระองค์ หวาดหวั่นในตัวพระองค์ แต่ก็เทิดทูน เคารพ ทั้งยังหลงใหลในรูปโฉมและอำนาจของพระองค์
ดังนั้น หากเลือกได้ นางยอมให้พระองค์เป็นสัตว์ประหลาดเสียยังดีกว่า ไม่อยากให้พระองค์เปลี่ยนไปเพราะสตรีคนใดคนหนึ่งจริง ๆ
พระองค์จะเป็นจักรพรรดิผู้ “รักลึกซึ้ง” เช่นในชาติก่อนก็ได้ หลังสูญเสียซือถูจิ้งก็ไม่แต่งตั้งฮองเฮาอีกตลอดชีวิต ครอบครองแผ่นดินทั่วหล้า มีทายาทมากมาย แต่ไม่ได้ “มีความสุข” เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์
