เฉินชิงชิงรู้ดีว่าสวี่เย่กำลังโกหก
นี่มันชั้นสิบเจ็ดนะ จะมีแมวจรจัดที่หน้าต่างได้ยังไง
แต่เธอก็ยังลังเลอยู่ดี อยากไปถามสวี่เย่สักหน่อยว่าจริง ๆ แล้วเขาไปบอกทุกคนว่าเธอเป็น... แฟนของเขาหรือเปล่า
เธอชำเลืองมองประตูห้องข้าง ๆ ที่ปิดสนิท แล้วค่อย ๆ ย่องไปที่หน้าห้องของสวี่เย่ แต่ไม่กล้าเคาะ ใช้มือถือส่งข้อความไปว่า “เปิดประตู!”
สวี่เย่รีบเดินมาเปิดประตูให้แทบจะทันที
เห็นหน้าเฉินชิงชิงเย็นชา สวี่เย่ก็ยิ้มเจื่อน ๆ ถามว่า “ทำไมทำหน้าเครียดจัง”
เฉินชิงชิงไม่ตอบ แต่แทรกตัวเข้าไปก่อน เมื่อสวี่เย่ปิดประตูแล้วเธอจึงชี้หน้าถามว่า “นี่นายไปบอกทุกคนหรือเปล่าว่าฉันเป็นแฟนนาย”
สวี่เย่ชะงักไปเล็กน้อย แล้วพยักหน้า “ก็ใช่น่ะสิ”
“น... นาย... หน้าด้านจริง ๆ~”
ต้องยกให้สวี่เย่จริง ๆ ที่แม้แต่เรื่องที่ตัวเองไม่ถูก เขาก็ยังทำเป็นมั่นเหมาะ ทั้งยังหาข้ออ้างดี ๆ มาให้ตัวเองได้ว่า
“เธอไม่รู้หรอก ที่คณะเราผู้ชายน้อยผู้หญิงเยอะ ตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอมก็มีคนหมายตาฉันแล้ว ถ้าฉันไม่บอกว่ามีแฟน สาว ๆ ที่จะมาจีบฉันคงต่อแถวยาวจากหอพักไปยันประตูมหาวิทยาลัยแน่”
เฉินชิงชิงฟังแล้วอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกเลย
วันแรกที่เข้ามหาวิทยาลัย สวี่เย่ก็สวมบทเป็นแฟนของเธอ ตอนนี้รูมเมตทั้งสามคนต่างเชื่อสนิทใจว่าสวี่เย่กับเธอเป็นแฟนกัน ต่อให้เธอบอกว่าไม่ใช่ตอนนี้ รูมเมตทั้งสามก็คงไม่เชื่อ
ตอนนั้นที่เฉินชิงชิงยอมให้สวี่เย่สวมบทเป็นแฟน ก็เพราะกลัวจะมีคนมารบกวนในมหาวิทยาลัย
