ออกจากร้านอาหารหลังกินข้าวเสร็จ ก็เป็นเวลาเกือบทุ่มกว่าแล้ว
แสงไฟจากเสาไฟส่องสว่างไปทั่ว บนลานประชาชน เสียงเพลงที่ร่าเริงของเสี่ยวผิงกั่วดังกระหึ่ม คุณตาคุณยายเต้นรำจังหวะกว่างฉ่างอู่กันอย่างสนุกสนาน
บ้านของสวี่เย่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรไม่ไกลจากโรงเรียนมัธยมหนึ่งของเมือง นับว่าเป็นบ้านในเขตพื้นที่รับนักเรียน แต่เพราะหมู่บ้านมีอายุหลายปี สภาพจึงดูเก่าอยู่บ้าง
“เสี่ยวเย่ คะแนนสอบเอ็นทรานซ์จะออกเมื่อไหร่” ตอนที่คลำหากุญแจไขประตู จางหงถามขึ้นมาลอย ๆ
ประตูเปิดออก สวี่เย่อดใจรอไม่ไหว รีบเปลี่ยนรองเท้าเข้าไปในบ้าน แม้ว่าบ้านจะไม่ใหญ่ แต่ก็ทำให้สวี่เย่รู้สึกอบอุ่นมาก
“ประมาณวันที่ 23 หรือ 24 มั้งครับ”
สวี่เย่รีบร้อนวิ่งไปที่ระเบียง เก็บเสื้อผ้าสะอาดได้สองตัวก็วิ่งเข้าห้องน้ำ
ถอดเสื้อผ้าทั้งหมดออก อาบน้ำเย็นสักพัก ก่อนจะใส่เสื้อผ้า สวี่เย่ยืนอยู่หน้ากระจกแต่งตัว มองดูตัวเองในวัยสิบแปดปีอย่างเหม่อลอย
ตัวเองในวัยยี่สิบแปดปีดูเหมือนจะอิดโรยตลอดเวลา แต่วัยสิบแปดปีนี้กลับเต็มไปด้วยพลังของวัยหนุ่มสาว ดวงตาสดใสมีชีวิตชีวา ร่างกายก็ไม่ถูกบั่นทอนด้วยเหล้าผู้หญิง
สวมเสื้อผ้า ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมไปเรื่อยเปื่อย
สวี่เย่ที่อยู่หน้ากระจก หน้าตาดีไม่เบา สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตร หนักหกสิบห้ากิโลกรัม หน้าตารูปทรงถ้าแยกออกมาเป็นส่วน ๆ ก็ไม่ได้ดูดีอะไร แต่พอรวมกันแล้วกลับลงตัว
กู้เมิ่งเหยาเป็นสาวงามประจำห้องตอนมัธยมปลาย คนที่ชอบเธอมีมากกว่าสวี่เย่แน่นอน แต่กับการสารภาพรักของคนส่วนใหญ่ กู้เมิ่งเหยาจะปฏิเสธตรง ๆ จากจุดนี้ก็ดูออกว่ากู้เมิ่งเหยาเป็นผู้หญิงที่มีมาตรฐานสูงมาก เธอเป็นคนชอบคนหน้าตาดี
และก็เพราะสวี่เย่มีหน้าตาที่ดีนี่เอง ตลอดสามปีที่ผ่านมา กู้เมิ่งเหยาถึงไม่ได้ปฏิเสธเขาอย่างชัดเจน แต่เธอก็ไม่ได้ตอบรับเขาเช่นกัน
ทุกครั้งที่สวี่เย่อยากจะสารภาพรักกับเธอ เธอจะเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างทันท่วงที หรือไม่ก็หาข้ออ้างเดินจากไป
เมื่อก่อนสวี่เย่คิดมาตลอดว่ากู้เมิ่งเหยากลัวความรักวัยเรียนจะส่งผลเสีย แต่ตอนนี้สวี่เย่คิดได้แล้ว ที่แท้กู้เมิ่งเหยาคือเอาเขาไว้เป็นตัวเลือกมาตลอด!
ตัวเองในเวลานี้ ในสายตาเธอก็เป็นแค่ที่หมายรอง!
สวี่เย่กลับมาที่ห้องของตัวเอง ห้องของเด็กมัธยมปลายปีสามนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลย บนผนังแปะโปสเตอร์ดาราบาสเก็ตบอล NBA เต็มไปหมด บนโต๊ะหนังสือมีแต่เอกสารทบทวนที่เกี่ยวข้องกับการสอบเอ็นทรานซ์สารพัด
สวี่เย่มองไปรอบ ๆ สุดท้ายเดินไปที่โต๊ะหนังสือ ดึงลิ้นชักออก ข้างในเป็นมือถือเครื่องหนึ่งที่สำหรับสวี่เย่มันชวนให้หวนคิดถึงความหลัง
มือถือเลอโนโว่เครื่องหนึ่ง รุ่นอะไรสวี่เย่ลืมไปแล้ว
ช่วงนั้นมือถือแอปเปิ้ลกับซัมซุงกำลังฮิต แต่คนทั่วไปซื้อไม่ได้ คนส่วนใหญ่ยังใช้มือถือ เอชทีซี เลอโนโว่ เสี่ยวหมี่ กับมือถือโนเนมบางยี่ห้อ
เพราะหน่วยความจำมือถือไม่ใหญ่ แอปข้างในก็เลยไม่ได้เยอะ ช่วงนี้วีแชตในกลุ่มวัยรุ่นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย QQ จึงเป็นซอฟต์แวร์โซเชียลหลัก
เปิด QQ หน้าจอหลักมีแค่สองกลุ่มเพื่อน
กลุ่มแรก: ﹏โลกของฉัน
กลุ่มที่สอง: ﹏อนุญาตแค่เธอที่อยู่ได้
กลุ่มโลกของฉันนี้ข้างในเป็นเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมเรียนหลายคน ปกติจะไม่เพิ่มคนในครอบครัวเป็นเพื่อน ยกเว้นเป็นญาติวัยไล่เลี่ยกันอย่างพี่ลูกพี่ลูกน้อง
เพราะช่วงนั้น คอนเทนต์ในสมุดบันทึก QQ จะค่อนข้างเป็นส่วนตัวและชวนเขิน
เช่นสองข้อความที่ฉินจื้อเหว่ยเพิ่งโพสต์เมื่อวานนี้:
“ความทรงจำงดงามเกินไป อดีตอบอุ่นเกินไป ความเป็นจริงหนาวเหน็บเกินไป ความจริงน่าเกลียดเกินไป”
“เงาของฉันกระจัดกระจายเต็มพื้น แต่ไร้ซึ่งแสงดารามาตอบรับ”
สวี่เย่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาไปหาประโยคมาจากในเน็ต
สวี่เย่ที่อายุมากกว่าสิบปีเห็นประโยคพวกนี้แล้ว ขนลุกไปทั้งตัว
กลุ่มเพื่อนกลุ่มที่สองมีแค่คนเดียว ก็คือกู้เมิ่งเหยา ชื่อในเน็ตของเธอคือสาวกุหลาบแดง สวี่เย่เซฟชื่อเธอว่า: baby
สวี่เย่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ รีบลบชื่อที่เซฟออก แล้วก็ยกเลิกการติดตามพิเศษ ลบกลุ่มเพื่อนทิ้งไปด้วย
ตอนที่สวี่เย่กำลังลังเลว่าจะลบเธอทิ้งไปเลยดีไหม จู่ ๆ กู้เมิ่งเหยากลับส่งข้อความมาหาก่อน
สาวกุหลาบแดง: “วันนี้เธอทำไมไม่มาหาฉัน???”
ก่อนตอบข้อความ สวี่เย่เปลี่ยนชื่อในเน็ต[วัยรุ่นสดใส]ของตัวเองก่อน เปลี่ยนเป็น[สวี่]คำเดียว
สวี่: “ไม่ว่าง”
สาวกุหลาบแดง: “เธอทำงี้ ฉันจะไม่ยุ่งกับเธอแล้วนะ”
สวี่เย่พิมพ์ข้อความไปหลายบรรทัด สุดท้ายคิดอีกที ก็ลบออกจนหมด พิมพ์สั้น ๆ สองคำ แล้วส่งไปเลย
สวี่: “ได้เลย”
อีกฟากหนึ่ง
กู้เมิ่งเหยาที่เพิ่งกลับถึงบ้านเหมือนกัน เห็นข้อความที่สวี่เย่ส่งมา โกรธจนขว้างมือถือทิ้งข้างหนึ่ง เธอไม่คิดว่าสวี่เย่จะแชทกับเธอแบบนี้ ก่อนหน้านี้เขาเป็นฝ่ายทักเธอมาตลอด วันนี้ตัวเองทักไป ไม่คิดว่าสวี่เย่จะขอไปทีแบบนี้
สวี่เย่เห็นกู้เมิ่งเหยาไม่อ่านข้อความ ก็อดยิ้มไม่ได้
เลื่อนประวัติแชทขึ้นไป แทบทุกครั้งจะเป็นตัวเองทักเธอไปก่อน ส่วนที่เธอตอบกลับมามักจะ “อือ อ้อ โอเค ฉันจะกินข้าวแล้ว ฉันจะอาบน้ำแล้ว ฉันจะนอนแล้ว...” ที่ตัวเองทำแบบนี้ ก็นับว่าใช้เวทมนตร์มาชนะเวทมนตร์
สอบเอ็นทรานซ์จบลงแล้ว
บนถนนชีวิต ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้เหมือนมายืนอยู่ตรงทางแยก
ทุก ๆ ทางเลือกสำหรับสวี่เย่แล้ว ล้วนส่งผลต่อชีวิตในภายภาคหน้า
เส้นทางก่อนหน้านี้ สวี่เย่ไม่มีทางเดินซ้ำอีกแล้ว สำหรับตัวเขาในตอนนี้ ทางเลือกที่วางอยู่ตรงหน้ามีอยู่มากมาย
ถ้าตัวเองจำเฉลยภาษาอังกฤษไม่ผิดล่ะก็ ถ้าทำคะแนนเพิ่มได้หกเจ็ดสิบคะแนนก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไร ขอแค่เกินเส้นคะแนนของมหาวิทยาลัยสายหนึ่ง มหาวิทยาลัยที่เลือกได้ก็มีมากมาย
แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ทศวรรษ 1970 คนรุ่นปู่ถ้าสอบเข้าโรงเรียนอาชีวะระดับกลางได้ ก็ทำให้คนทั้งอำเภอฮือฮาได้
ทศวรรษ 1990 คนรุ่นพ่อถ้าสอบเข้าวิทยาลัยอาชีวะชั้นสูงได้ อาจารย์ใหญ่จะมามอบจดหมายตอบรับเข้าศึกษาด้วยตัวเอง
แต่นี่ปี 2014 ต่อให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยสายหนึ่งได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพลิกชีวิตแบบปลาเค็มกลับตัว
“ถ้ารู้งี้ ท่องเลขลอตเตอรี่มาสักสองสามชุดก็ดีหรอก”
สวี่เย่ถอนหายใจ พยายามนึกถึงกระแสลมแรงที่ผ่านมาในช่วงหลายปีนี้ให้สุดสมอง อีคอมเมิร์ซ ไมโครบิสซิเนส ไลฟ์สตรีม เศรษฐกิจแบ่งปัน คลิปสั้น ไลฟ์ขายของ...
พวกนี้ ตัวเองในตอนนี้ไม่มีพื้นที่ให้ขยับตัวเลย
ปี 2014
ปี 2014...
“ใช่แล้ว! หุ้น! ใช่เลย ๆ! ตั้งแต่ต้นปี 2014 ถึงกลางปี 2015 เป็นช่วงตลาดกระทิง และเป็นตลาดกระทิงครั้งสุดท้ายของหุ้น A ดัชนีตลาดเหมือนจะวิ่งจากประมาณ 2000 จุดขึ้นไปถึง 5000 จุด! ช่วงนี้เล่นหุ้น หมูยังทำกำไรได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าตัวเองยังรู้ทิศทางของหลายอุตสาหกรรม!”
สวี่เย่ตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาลุกขึ้นยืนอย่างกระตือรือร้น ตั้งเป้าหมายระยะสั้นของตัวเอง
“หาเงินก่อน! แล้วก็ไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร! ในเวลาที่สั้นที่สุดต้องหาเงินก้อนแรกให้ได้!”
สวี่เย่เปิดประตู เดินไปที่ห้องนั่งเล่น เห็นจางหงยังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟา เขารีบย่องเข้าไป คล้องแขนจางหงด้วยสีหน้าประจบประแจง: “แม่ฮะ ขอคุยเรื่องนึงหน่อยสิ”
“มีผายก็รีบตด”
“ก็สอบเอ็นทรานซ์เสร็จแล้วนี่นา ให้เงินไปใช้หน่อยได้มั้ย”
“เอาเท่าไหร่”
“ยิ่งเยอะยิ่งดี”
“แค่ห้าร้อย ไปหยิบในกระเป๋าแม่เอง”
“แค่ห้าร้อยเองเหรอครับ~”
“ห้าร้อยยังไม่พออีกเหรอ” เห็นลูกชายตัวเองทำหน้าสะอึกสะอื้น จางหงก็ทำเสียงฮึดฮัด แล้วพูดต่อ: “ถ้าแกสอบเข้ามหาวิทยาลัยสายหนึ่งได้ แม่ให้ห้าพันทันที”
“ห้าพันก็พอเปลี่ยนมือถือกับคอมใหม่พอดี”
“แล้วแกจะเอายังไงอีก”
“ผม...”
สวี่เย่ฉุกคิดขึ้นมาได้ รีบบอก: “ปิดเทอมฤดูร้อนสามเดือน ผมอยากสอบใบขับขี่ก่อน ถ้าผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยสายหนึ่งได้จริง ๆ ตอนนั้นตากับยาย แถมอากงกับอาม่า ต้องให้เงินผมแน่ ๆ แล้วก็ยังมีงานเลี้ยงฉลองสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีก ผมอยาก...”
พูดยังไม่ทันจบ หูสวี่เย่ก็ถูกบิด: “ดีนี่ สอบเอ็นทรานซ์เพิ่งเสร็จ ก็คิดเล็งเงินตากับยายแล้วรึ”
“แม่ ก็บอกมาสิว่าจะให้มั้ย”
“ถ้าแกสอบเข้ามหาวิทยาลัยสายหนึ่งได้จริง ๆ เงินพวกนี้แม่ให้แกทั้งหมด แต่ข้อแม้คือ...ต้องสอบให้ติด!”
สวี่เย่หัวสมองร้อนวูบ จู่ ๆ ก็จุ๊บลงบนแก้มแม่แท้ ๆ ด้วยความตื่นเต้นมาก: “สัญญา!”
จางหงเช็ดหน้าด้วยท่าทีรังเกียจ พร้อมกับด่าอย่างเอ็นดูว่า: “ไอ้ลูกตัวแสบ”
……
