เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนเจ็ดโมง
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ท่ามกลางเสียงสบถของเพื่อนร่วมห้องทั้งสาม สวี่เย่ก็รีบลุกจากเตียง แปรงฟันล้างหน้า แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไป
ซื้อซาลาเปาไส้หมูสี่ลูกกับนมถั่วเหลืองหนึ่งขวดที่โรงอาหาร จากนั้นเดินไปที่ป้ายรถเมล์ สวี่เย่ขึ้นรถเมล์ไปยังสถานีรถไฟฟ้าในไม่ช้า
การเดินทางจากที่นี่ไปที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เริ่มจากนั่งรถเมล์สิบนาที แล้วต่อด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งต้องเปลี่ยนขบวนอีกทีหนึ่ง รวมแล้วใช้เวลาเกือบแปดสิบนาที
สวี่เย่ออกจากหอตอนเจ็ดโมงสิบห้า มาถึงสถาบันดนตรีเซี่ยงไฮ้ตอนเก้าโมงสี่สิบ ต่างจากมหาวิทยาลัยอื่น สถาบันดนตรีเซี่ยงไฮ้เป็นระบบเปิด สวี่เย่จึงเดินเข้าไปในวิทยาเขตได้อย่างง่ายดาย
ต้องบอกเลยว่า หน้าตาของเด็กศิลปะนั้นดีกว่าเด็กมหาวิทยาลัยทั่วไปจริง ๆ พวกเธอผิวขาว หน้าตาสวย ขาเรียว สวี่เย่เดินผ่านไป มีรุ่นพี่ที่กล้า ๆ ส่งสายตาให้เขาด้วย แต่สวี่เย่ก็เมินเฉยอย่างไร้เยื่อใย
มาถึงหน้าหอพักหญิงของเฉินชิงชิง สวี่เย่หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาเฉินชิงชิง
ในหอพัก
วินาทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หัวใจของเฉินชิงชิงก็เต้นเร็วขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ เธอกดวางสาย ใส่รองเท้าผ้าใบไนกี้สีขาวอมชมพู หยิบโทรศัพท์ที่ยังไม่แกะกล่อง แล้วรีบออกจากห้องไป
เจียงอวี้พูดพลางหัวเราะว่า “นาน ๆ ทีจะเห็นชิงชิงรีบร้อนแบบนี้”
จังรั่วเว่ยยืนยันหนักแน่นว่า “หนุ่มหล่อนั่นต้องอยู่หน้าหอเราแน่ ๆ มีใครอยากพนันกับฉันไหม”
