วันต่อมา
“ทำไมยังไม่มาอีกนะ”
“คงใกล้แล้วล่ะ”
สวี่เย่กับฉินจื้อเหว่ยถือถุงป่านที่ใส่ผ้าห่มหนาไว้คนละใบ ยืนอยู่หน้าประตูหมู่บ้าน มองไปสุดทางของถนน
นาทีค่อย ๆ ผ่านไป
ฉินจื้อเหว่ยทำหน้าเซ็ง “คงไม่มางั้นเรอะ”
สวี่เย่ “คงไม่หรอกมั้ง”
“ไม่หรอกเหรอ นายช่วยยืนยันหน่อยสิ”
สวี่เย่ยักไหล่ “ฉันโทรถามดู”
สวี่เย่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้นะ แค่สารภาพรักนิดหน่อย มันคงไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้หรอก
ข้างในใจเขาก็ยังกังวลอยู่
“มาแล้ว ๆ”
ฉินจื้อเหว่ยเห็นรถตู้คันคุ้นตาก็จ้องมองอย่างตื่นเต้น
รถตู้จอดริมถนน
สวี่เย่ทักหวังหรูเสวี่ยก่อนเลย ฉินจื้อเหว่ยขึ้นไปนั่งเบาะหน้าอย่างรู้งาน ปล่อยให้สวี่เย่กับเฉินชิงชิงนั่งตอนหลัง
เฉินชิงชิงไม่แม้แต่จะมองสวี่เย่ มองออกไปนอกหน้าต่างอีกด้าน
พอรถแล่นด้วยความเร็วคงที่แล้ว
สวี่เย่เห็นเฉินชิงชิงทำท่าไม่อยากคุยด้วย ก็เลยเอานิ้วเขี่ยมือนุ่ม ๆ ของเฉินชิงชิงเบา ๆ เฉินชิงชิงขมวดคิ้ว เลื่อนมือหนีไปอีกทาง สวี่เย่ก็ยังไม่ลดละ เอานิ้วเขี่ยมือนุ่ม ๆ ของเธออีก เฉินชิงชิงก็เลยยกมือขึ้นตบหลังมือสวี่เย่ดังเผียะ
สวี่เย่เลยเปลี่ยนวิธี เอื้อมมือไปกระตุกชายเสื้อเฉินชิงชิงเบา ๆ พอเห็นเฉินชิงชิงหันมามองตัวเองในที่สุด สวี่เย่ก็ยื่นสองนิ้วออกมาวางบนขาตัวเอง แล้วขยับนิ้วทั้งสองเลียนแบบคนเดิน จากนั้นก็งอนิ้วลงทำท่าคุกเข่า เหมือนกำลังขอโทษ
