เซี่ยจิงมองหญิงสาวในอ้อมกอดที่หายใจถี่กระชั้น หางตาแดงระเรื่อ ก่อนจะปาดหยดน้ำตาบนใบหน้าเธอออก
……ขนาดนี้แล้ว ยังจะมายั่วโมโหเขาอีก
ลำคอเขาเอ่ยเสียงหัวเราะเบา ๆ ฝ่ามือใหญ่ที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนค่อย ๆ เลื่อนต่ำลง ง่ามมือรัดเข้ากับเอวคอดกิ่วที่อ่อนนุ่มแต่แข็งแรงของหญิงสาว
“เธอนึกอะไรแบบนี้ออกได้ยังไง?”
หนังด้านตรงปลายนิ้วทิ้งสัมผัสสากกระด้าง ค่อย ๆ ลูบคลำเบา ๆ ไม่หนักไม่เบา
“ก็…” เจียงฉู่ถูกจั๊กจี้เล็กน้อย “ถ้าคุณไม่ชอบ ก็ยังมีเบอร์โทรศัพท์ ทะเบียนรถ——”
ยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยจิงก็โน้มลงมาจูบเธออีกครั้ง
ดูเหมือนเขาจะไม่อยากให้โอกาสเธอได้พูดอะไรเหลวไหลอีกแล้ว
ร่างสูงใหญ่กำยำกดทับลงมาหนักแน่น ริมฝีปากบางเย็นเฉียบปิดผนึกริมฝีปากแดงระเรื่อที่ยังคิดจะยั่วโมโหเขาอย่างแม่นยำไร้ที่ติ
เจียงฉู่เอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ ทว่ากลับติดหมอนอิงแล้ว ไม่อาจถอยได้อีก
การรุกเร้าของเซี่ยจิงก็เหมือนกับตัวเขาเอง เต็มเปี่ยมด้วยความต้องการควบคุมและความแข็งกร้าวที่ไม่ยอมให้ใครปฏิเสธ
เขาแทรกผ่านไรฟันเธอเข้าไปอย่างง่ายดาย บุกรุกล้ำลึก ปล้นชิงอากาศที่แสนเบาบางไปตามอำเภอใจ
ปลายลิ้นของชายหนุ่มกวาดผ่านทุกตารางนิ้วในช่องปากเธออย่างหนักหน่วง บีบบังคับให้เธอพันเกี่ยวและเริงรำไปด้วยกันกับเขา
“อื้อ!”
เจียงฉู่ครวญครางเสียงหนึ่ง มือสองข้างที่เคยดันอกเขาไว้ค่อย ๆ อ่อนแรงลง ยกแขนขึ้นคล้องเกี่ยวบ่ากว้างใหญ่ที่แข็งแกร่งของเขา
กลิ่นอายของอีกฝ่ายห่อหุ้มตัวเธอทั้งหมดจากภายในสู่ภายนอก สองคนดูเหมือนจะเริ่มหลอมรวมเข้าหากันในจูบนี้
เจียงฉู่ถูกจูบจนมึนงงเวียนศีรษะ ทั้งร่างอ่อนยวบ แม้แต่โคนลิ้นก็เหมือนจะปวดเมื่อยชาไปหมด
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร เธอเกือบจะรู้สึกว่าตัวเองต้องกลั้นใจตายไปแล้ว เซี่ยจิงถึงพึ่งจะหยุดจูบลึกที่เหมือนเป็นการลงโทษนี้ลง
เขาถอยห่างออกมาเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นสันถูไซ้กับปลายจมูกเธออย่างสนิทสนม ลมหายใจร้อนผ่าวและเร่งรีบของทั้งคู่พันเกี่ยวกันอย่างไร้รอยต่อ
