อวี่เหวินหยวนชะงักงัน ขอบตาแดงเรื่อขึ้น
ชั่วชีวิตนี้เขาไร้สิ่งใดให้เสียดายอีกแล้ว
เขากอดชาจิ่วไว้แนบอกแน่น เอ่ยอย่างอาลัยอาวรณ์ว่า “เจ้าเข้าใจเจิ้นผิดแล้ว เจิ้นหมายถึงตรงกันข้ามพอดี”
“หากเจิ้นจากไปก่อนเจ้า เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ให้ดี เป็นไทเฮาที่ผู้คนเคารพนับถืออย่างสงบสุข”
คราวนี้ชาจิ่วกลับเป็นฝ่ายชะงักงัน
“เจิ้นจะรอเจ้าอยู่ที่วัดบรรพชนหลวง เจ้าค่อย ๆ ตามมาเถิด”
ขณะนั้นเอง เสียงของระบบที่ห่างหายไปนานพลันดังขึ้นอีกครั้ง
“ติ๊ง! ค่าความประทับใจของอวี่เหวินหยวนถึง 100 คะแนน ได้รับเกียรติร่วมบูชาที่วัดบรรพชนหลวง ภารกิจสืบทอดทายาทสำเร็จ คะแนนภารกิจโดยรวมของผู้พิชิตอยู่ในระดับเอสเอสเอส คะแนนสะสมสามารถนำไปใช้ในโลกถัดไปได้”
ชาจิ่วหลั่งน้ำตา
ในที่สุด!
ศีรษะน้อย ๆ ปุกปุยศีรษะหนึ่งเบียดแทรกเข้ามาระหว่างคนทั้งสองที่กำลังกอดกัน ดวงตากลมกลอกไปมา “เสด็จพ่อ เสด็จแม่ คืนนี้จิ่งเอ๋อร์นอนกับพวกท่านได้หรือไม่?”
ชาจิ่วกับอวี่เหวินหยวนสบตากัน ก่อนจะยิ้มออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
อวี่เหวินหยวนอุ้มองค์หญิงจิ่งขึ้น วางนางลงบนเตียงแล้วจี้เอว จนหัวเราะคิกคักไม่หยุด
องค์รัชทายาทที่กินอิ่มแล้วส่ายหน้าอย่างอับจนใจ ก่อนประสานมือไว้ด้านหลังแล้วเดินจากไป
ในช่วงที่อวี่เหวินหยวนครองราชย์ การเกษตรของแคว้นเซิ่งพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่อดอยากลดลงอย่างมาก บ้านเมืองสงบสุข ไร้ภัยพิบัติ
พระสนมเอกเจาให้กำเนิดโอรสสี่องค์และธิดาสององค์แก่เขา ทั้งสองครองรักกันไปชั่วชีวิต
เมื่อองค์รัชทายายุยี่สิบห้าปี อวี่เหวินหยวนสละราชบัลลังก์และมอบอำนาจปกครองให้ เขาใช้ฐานะอดีตฮ่องเต้พำนักอยู่กับพระสนมเอก ณ ตำหนักพักแรม หรือไม่ก็ออกเดินทางลงใต้
กระทั่งอายุได้ 105 ปี เขาราวกับล่วงรู้ว่าชะตาชีวิตใกล้สิ้นสุด จึงพาชาจิ่วกลับมายังตำหนักหย่งเล่อ
