“หยดโลหิตเทพหยดที่สาม จะเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของกระดูกเทพให้เจ้า และฟื้นฟูพลังบำเพ็ญชั่วคราว”
ครานี้แสงทองจากโลหิตเทพเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม พลังวิญญาณหลั่งไหลเข้าสู่ส่วนหนึ่งในร่างของนางซึ่งว่างเปล่าไม่ขาดสาย
ชาจิ่วพลันรู้สึกว่าร่างกายอันหนักอึ้งกลับเบาหวิว ประสาทสัมผัสที่พร่ามัวพลันแจ่มชัดขึ้น
พลังชีวิตมหาศาลเอ่อล้นไปทั่วทุกส่วนในร่าง คล้ายกับนางมีพลังของเซียนในตำนานอยู่จริง เพียงยกมือขึ้นก็สามารถทำลายขุนเขาและสายน้ำได้
ปลายนิ้วของเทพชื่อฉื้อซึ่งเปล่งประกายเทพยังคงแตะอยู่หว่างคิ้วของนาง เพียงชั่วพริบตา นางก็เปลี่ยนแปลงไปจนหมดสิ้น
เซียนลูบกระหม่อมข้า มอบปอยผมให้ แล้วรับพรอายุยืน
ชาจิ่วพลันนึกถึงประโยคนี้ขึ้นมา
แสงเทพเลือนหาย เทพชื่อฉื้อชักมือกลับ เปลือกตาหรี่ลงครึ่งหนึ่ง
“ไปเถิด บนกายเจ้ามีโลหิตเทพ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
ชาจิ่วเงยหน้ามองเขา แววตาเปี่ยมด้วยความเคารพอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีความอาลัยอาวรณ์เจืออยู่จาง ๆ
“เช่นนั้น หาก…ข้าปรนนิบัติท่านเทพชื่อฉื้อตลอดไปเล่า?”
เทพชื่อฉื้อเลิกเปลือกตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน “อะไรนะ?”
ชาจิ่วยิ้มให้อย่างว่าง่าย ทว่ากลับแสร้งทำราวกับเมื่อครู่นางมิได้พูดสิ่งใด
การหยั่งเชิงอย่างแผ่วเบาเช่นนี้ต่างหากที่ชวนให้คนหวั่นไหวที่สุด
ชาจิ่วประคองมือที่เทพชื่อฉื้อประทานโลหิตให้ด้วยความเคารพ แล้วประทับจุมพิตแผ่วเบาลงบนหลังมือ
สายตาของนางบริสุทธิ์และเปี่ยมศรัทธา ประหนึ่งนี่เป็นเพียงการแสดงความเคารพจากใจจริงของผู้ศรัทธา
เทพชื่อฉื้อข่มความรู้สึกประหลาดในใจ ก่อนสะบัดมือ “ส่ง” ชาจิ่วออกจากวิหารศักดิ์สิทธิ์
……
ชาจิ่วร่วงลงบนแท่นบูชาด้านนอกประตูกระจก จนก้นกระแทกพื้น
แต่นางเพิ่งได้รับโลหิตเทพจากอีกฝ่ายมา จึงไม่สะดวกจะตำหนิอะไร
นางลุกขึ้นปัดก้น แล้วความเคารพและอาลัยอาวรณ์บนใบหน้าก็อันตรธานไปจนหมด
ระบบกล่าวว่า “การแสดงของเจ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวัง”
ชาจิ่วว่า “เข้าเรื่องเถิด มีของวิเศษที่ช่วยให้ข้าคลอดเทพบุตรโดยไม่ต้องตายหรือไม่?”
