เสิ่นฉื่อซู่ฝืนทำใจให้สงบ ก่อนหาข้ออ้างกล่าวว่า “ช่วงนี้กินเสบียงแห้งมากไป กระเพาะจึงไม่สบาย”
แม่ค้าผู้แซ่เซียวเบ้ปาก กล่าวอย่างรังเกียจว่า “ร่างกายองค์หญิง แต่ชะตาชีวิตสาวใช้”
เสิ่นฉื่อซู่กลั้นความไม่สบายกาย แล้วฝืนเอ่ยต่ออย่างยากลำบาก “ยาเบื่อหนู ยาฆ่าแมลงสาบ ยาหยุดถ่าย...”
“เจ้ายังไม่ได้กินข้าวหรือ? ร้องเรียกเสียงเบาเพียงนี้ ผู้ใดจะได้ยิน!” แม่ค้าผู้แซ่เซียวเห็นว่าเสิ่นฉื่อซู่ยังไม่ยอมลดทิฐิ ตะโกนขายของอย่างเปิดเผย จึงด่าทอนางต่อ
ทันใดนั้น บ่าวชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาโยนถุงเงินลงตรงหน้า “ยาพวกนี้ ข้าซื้อทั้งหมด”
เสิ่นฉื่อซู่ชะงัก บ้านใดจะต้องการยาพิษแมลงพวกนี้มากมายถึงเพียงนั้น?
นางเงยหน้ามอง เห็นคุณหนูหลายคนจากจวนปั๋วเปิดม่านรถม้าอยู่ไม่ไกล จ้องมาทางนี้พลางกระซิบกระซาบ และหัวเราะคิกคักเป็นระยะ
บ่าวชายถือยาเดินกลับไปยังข้างรถม้า
เป็นเช่นนี้จริง ๆ คุณหนูพวกนั้นเห็นนางตกอับ จึงคิดกลั่นแกล้งนางเท่านั้น
ใบหน้าเสิ่นฉื่อซู่เดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีด หัวใจที่หยิ่งทะนงมาแต่ไหนแต่ไรคล้ายถูกบดขยี้ซ้ำไปซ้ำมา จนรู้สึกทรมานยิ่งนัก
แม่ค้าผู้แซ่เซียวกำลังนับเงินอย่างเริงใจ ทว่าเสิ่นฉื่อซู่กลับฉวยถุงเงินไปจากมือนาง แล้วเดินหน้าตึงไปยังข้างรถม้า
“สนุกนักหรือ? เห็นจวนโหวตกต่ำแล้วก็เลยมาดูหมิ่นข้าหรือ?” แววตาเสิ่นฉื่อซู่มืดครึ้ม
เหล่าคุณหนูจากจวนปั๋วหัวเราะขึ้นมา
คนหนึ่งกล่าวว่า “พวกเราหัวเราะเยาะเจ้า มิใช่เพราะจวนโหวตกต่ำ จิ้งหย่วนโหวพิทักษ์ชายแดน สร้างความชอบในการศึกมากมาย ต่อให้ยามนี้ถูกคนชั่วใส่ร้าย วันหน้าก็ต้องมีวันที่ความบริสุทธิ์ปรากฏ พวกเราหัวเราะเยาะเจ้า ก็เพราะเจ้าเป็นคนเนรคุณไร้ยางอายเท่านั้น”
อีกคนกล่าวประชดประชันว่า “พี่หญิงผู้นี้ไม่ยอมเสวยสุขจากความมั่งคั่งของจวนโหว บอกว่าตนเป็นผู้สูงส่ง ชีวิตตะโกนขายยาเบื่อหนูอยู่ริมถนนเช่นนี้ เหมาะกับนางที่สุดแล้ว”
