ชาจิ่ววางเด็กน้อยในอ้อมแขนลงอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนหันหน้าเข้าหาฝูงผึ้งยักษ์หน้าคนที่แผ่ปกคลุมทั่วฟ้า
เมื่อกระบี่จันทร์น้ำค้างค่อย ๆ ชักออกจากฝัก อากาศภายในเขตลับก็เย็นเยียบลงทีละน้อย
เหล่าศิษย์ที่อยู่ในม่านพลังถึงกับมองเห็นหยาดน้ำแข็งควบแน่นกลางอากาศ
ผึ้งยักษ์หน้าคนที่มีสติปัญญาแล้วรับรู้ได้ถึงอันตราย ทว่าพวกมันถูกควบคุมด้วยวิชาต้องห้าม จึงทำได้เพียงทำตามสัญชาตญาณอันบ้าคลั่ง พุ่งเข้าโจมตีชาจิ่วต่อไป
ฝูงผึ้งยักษ์รวมตัวกันหนาแน่นราวเมฆดำ บดบังแสงฟ้าภายในเขตลับจนมิด
ฉุนอีกำกระบี่ให้อภัยในมือแน่น เตรียมพร้อมคุ้มครองชาจิ่วได้ทุกเมื่อ
อาจารย์มีพระคุณต่อเขาที่มองเห็นความสามารถและชุบเลี้ยงเขา ต่อให้ต้องตอบแทนด้วยชีวิต เขาก็ยินดี
ชาจิ่วรีบทำปางมือ กระบี่จันทร์น้ำค้างแยกเป็นร่างจำแลงนับไม่ถ้วนกลางอากาศ พุ่งเข้าใส่ฝูงผึ้งพร้อมไอเย็นอันคมกริบ ฟาดฟันสังหารไปมา เหลือเพียงเงาพร่าเลือนให้เห็น
ก้อนเนื้อนับไม่ถ้วนร่วงลงบนม่านพลัง ส่งเสียงดังตุบ ๆ ประหนึ่งลูกเห็บตกลงมาอย่างหนาแน่น
หลิงซีร้อนใจอยู่บ้าง จึงเอ่ยในใจว่า “ระบบ ผึ้งยักษ์หน้าคนพวกนี้ไม่ไหวแล้ว! มีของวิเศษที่ช่วยเพิ่มระดับบำเพ็ญของสัตว์ปีศาจหรือไม่?”
ระบบโชคชะตามีของวิเศษประเภทลอบเล่นงานเช่นนี้อยู่มากมาย
หลิงซีแลกของชิ้นหนึ่งมาแล้วใช้ทันที
ผึ้งยักษ์ที่เดิมทีก็ผิดปกติอยู่แล้ว ยิ่งคลุ้มคลั่งขึ้น ร่างกายพองโต ดวงตาแดงก่ำ
พวกมันระเบิดพลังระดับขั้นแปรเทพ อาศัยจำนวนมหาศาล ไม่กลัวตาย พากันกรูเข้ามาห่อหุ้มร่างจำแลงของกระบี่จันทร์น้ำค้างทั้งหมด ปล่อยให้คมกระบี่เชือดเฉือน
ในที่สุด ผึ้งยักษ์บางตัวก็ฝ่าแนวกระบี่จำแลงออกมาได้ พุ่งดิ่งเข้าใส่ชาจิ่ว!
“แย่แล้ว!” เหิงชิงเย่าตกใจจนสีหน้าเปลี่ยน รีบพุ่งออกจากม่านพลังไปช่วย
“ศิษย์พี่!” หลิงซีรั้งเขาไว้ไม่ทัน
เมื่อเหิงชิงเย่าออกไปช่วยแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด นางก็ไม่ควรหลบอยู่ในม่านพลัง
