“หากเจ้าคุกเข่าลงโขกศีรษะขอขมา ข้าอาจพิจารณาละเว้นภรรยาและบุตรของเจ้าเป็นอย่างไร?” เซียวเหวินเกอกล่าวอย่างสนอกสนใจ
ที่จริงแต่เดิมเขาก็มิได้คิดจะสังหารชาจิ่ว
ใต้เท้าเฉินฉวี่กำชับเป็นพิเศษ ให้ลักพาตัวภรรยาผู้เลอโฉมของหนิงฉางถิงมา เพื่อให้เขาเสพสุขอย่างเต็มที่
แต่เซียวเหวินเกอเพียงอยากเห็นหนิงฉางถิงยอมก้มหัวร้องขออย่างต่ำต้อยเพราะความหวังริบหรี่นี้ แล้วสุดท้ายก็จมดิ่งสู่ความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
ชาจิ่วปรายตามองเขาอย่างเย็นชา ใบหน้างดงามไร้ผู้ใดเทียบเปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน “วันนี้ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเราจะอ้อนวอนเจ้า บุตรหลานจวนโหว ต่อให้ต้องตายก็ไร้ความละอายต่อฟ้าดิน แล้วเจ้าล่ะ?”
นางเอ่ยทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ บาดลึกถึงหัวใจ “กบฏน่าละอาย คนไร้ความสามารถเช่นมดปลวก ต่อให้วันหน้ากลับมารุ่งโรจน์ ก็เปลี่ยนความต่ำต้อยขลาดเขลาและสันดานเลวทรามที่ฝังอยู่ในกระดูกของเจ้าไม่ได้ ชั่วชีวิตนี้เจ้าไม่มีวันเอาชนะผู้อื่นได้ด้วยความสามารถอันน้อยนิด จึงทำได้เพียงเป็นหนูสกปรกในรางน้ำ อาศัยวิธีต่ำช้าขึ้นสู่ตำแหน่ง คนถ่อยที่เอาแต่แสวงหาผลประโยชน์ ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน!”
หนิงฉางถิงมิได้ห้ามนาง
นี่คือคุณธรรมและรากฐานทางจริยธรรมที่ติดตัวมาแต่กำเนิดของตระกูลผู้ทรงเกียรติ
แม้ต้องเผชิญภัยถึงชีวิต ก็ไม่มีวันก้มหัวให้คนต่ำช้า
หนิงฉางถิงเห็นพ้องกับทุกคำที่ชาจิ่วกล่าว
เซียวเหวินเกอโกรธจนเสียหน้า ยกดาบยาวขึ้น “เว้นสตรีมีครรภ์ไว้ ที่เหลือสังหารให้หมด!”
วันนี้เขาจะทำให้หนิงฉางถิงตายไร้ที่ฝัง!
สิ้นเสียงตวาด ทหารม้าด้านหลังเซียวเหวินเกอก็ชักดาบบุกเข้าโจมตี
หานผิงกับหนิงฉางถิงชักกระบี่ออกมา แม้แต่หย่งอันและเสี่ยวเหมยก็หยิบไม้พลองขึ้นมาต่อสู้อย่างตึงเครียด
