หลังแขวนเสื้อผ้าทั้งหมดเรียบร้อย สวี่อู๋หยางก็จูงมือเจียงจือไปยังย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดแถวนั้น
เจียงจือถูกสวี่อู๋หยางจูงมือเข้าไปในร้านเสื้อผ้าสตรี จึงรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
“พาฉันมาที่นี่ทำไมเหรอ?”
“ก็ต้องมาซื้อเสื้อผ้าสิ”
“คุณครูเจียง ผู้หญิงเขาไม่ได้เลี้ยงดูกันแบบคุณหรอกนะ”
“ผู้หญิงก็ต้องมีเสื้อผ้าสวย ๆ กับเครื่องประดับเยอะ ๆ สีสันของเสื้อผ้าก็ต้องสดใส อย่าใส่แต่เสื้อผ้าสีหม่น ๆ อยู่เรื่อยสิ” สวี่อู๋หยางจูงมือเจียงจือเดินเลือกเสื้อผ้า พลางบ่นพึมพำกับเธอไม่หยุด
พูดจบก็หันไปบอกผู้จัดการร้านว่า “เอาเสื้อผ้ารุ่นใหม่ล่าสุดทั้งหมดของร้านออกมาเลยครับ”
ผู้จัดการร้านกับพนักงานขายรีบไปหยิบเสื้อผ้ามาทันที
พอเห็นเสื้อผ้าสวย ๆ เหล่านั้น ความคิดแรกของเจียงจือคือ ไม่ได้ ห้ามเด็ดขาด
“สวี่อู๋หยาง ไม่ต้องหรอก…”
สวี่อู๋หยางไม่สนใจท่าทีขัดขืนของเจียงจือ เขายืนอยู่หน้าเสื้อผ้ารุ่นใหม่แล้วเลือกชุดที่เหมาะกับบุคลิกของเธอออกมาทั้งหมด
หนึ่งในนั้นเป็นชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดง
เพียงแรกเห็น เขาก็คิดว่าเจียงจือใส่ชุดนี้แล้วต้องสวยมากแน่ ๆ
เขาหยิบชุดนั้นลงมายื่นให้เจียงจือ “คุณครูเจียง ลองใส่ดูสิครับ คุณใส่ชุดนี้แล้วต้องสวยแน่”
เจียงจือกอดชุดเดรสสีแดงไว้ ใบหน้าพลันซีดเผือด
สีแดงเจิดจ้าพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า
พร้อมกับเสียงด่าทออันโหดร้ายเหล่านั้น
เมื่อเห็นว่าเจียงจือมีท่าทีผิดปกติ สวี่อู๋หยางก็รีบรับชุดไปจากเธอ
เขาประคองเธอไปนั่งบนโซฟาข้าง ๆ
พนักงานขายรีบรินน้ำมาให้หนึ่งแก้ว
สวี่อู๋หยางถือแก้วน้ำ ค่อย ๆ ป้อนให้เจียงจือดื่มสองสามอึก
เมื่ออารมณ์สงบลง เจียงจือก็คว้าข้อมือสวี่อู๋หยางไว้แน่น “อย่าให้ฉันใส่เสื้อผ้าสีแดงนะ”
เสียงของเจียงจือสั่นเครือ เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ใบหน้าของสวี่อู๋หยางฉายแววเสียใจและรู้สึกผิด
“ขอโทษนะ ผมไม่รู้เลย”
เจียงจือส่ายหน้าทั้งที่ใบหน้าซีดขาว “ไม่ใช่ความผิดของคุณ เป็นปัญหาของฉันเอง”
เธอรู้ว่าสวี่อู๋หยางไม่ได้ตั้งใจ เขาแค่เห็นว่าเธอมีเสื้อผ้าน้อย แถมแบบก็ไม่สวย เลยอยากพาเธอมาซื้อเสื้อผ้าเท่านั้น
“ชุดอื่นใส่ได้ไหม?”
“ได้ค่ะ”
สวี่อู๋หยางหยิบชุดเดรสเข้ารูปสีฟ้าอ่อนตัวหนึ่งมายื่นให้ “ชุดนี้ได้ไหมครับ?”
เจียงจือพยักหน้า รับเสื้อผ้าแล้วเดินเข้าไปในห้องลองชุด
พอเข้าไปแล้ว เธอก็พิงกำแพง
มองมือขวาของตัวเองที่สั่นไม่หยุด
แม้เวลาจะผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว แต่พอเห็นสีแดง เธอก็ยังนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น
เธอหลับตา สูดหายใจลึก ๆ
เจียงจือค่อย ๆ สงบอารมณ์ลง
แล้วเปลี่ยนไปใส่ชุดเดรสที่สวี่อู๋หยางเลือกให้
สวี่อู๋หยางรออยู่ด้านนอกนานมาก แต่ก็ยังไม่เห็นเจียงจือออกมา
เขาเดินไปที่หน้าห้องลองชุด กำลังจะเคาะประตู ประตูก็เปิดออกจากด้านใน
เมื่อเห็นเจียงจือในชุดเดรสตัวใหม่ แววตาของสวี่อู๋หยางก็มีประกายชื่นชมวาบผ่าน
ชุดเดรสตัวนั้นดูสวยมากเมื่ออยู่บนตัวเจียงจือ
ให้ความรู้สึกแตกต่างจากชุดที่เธอใส่ในวันนี้โดยสิ้นเชิง
เมื่อเห็นสวี่อู๋หยางเอาแต่จ้องมองตัวเอง เจียงจือก็เผลอคิดว่าชุดไม่สวย
“ไม่สวยเหรอคะ? ฉัน…ฉันไปเปลี่ยนออกดีกว่า”
เจียงจือเพิ่งจะหันกลับไปทางห้องลองชุด สวี่อู๋หยางก็คว้าเธอไว้
เขาจูงเธอไปยืนหน้ากระจก “คุณครูเจียง ถ้าแบบนี้ยังเรียกว่าไม่สวย งั้นคงไม่มีใครพูดได้แล้วว่าตัวเองสวย”
ผู้จัดการร้านกับพนักงานขายพยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยกับคำพูดของสวี่อู๋หยางอย่างยิ่ง
“คุณผู้หญิง แฟนคุณพูดถูกแล้วค่ะ ชุดรุ่นนี้เราขายไปหลายสิบตัวแล้ว คุณเป็นคนแรกที่ใส่ออกมาได้สวยขนาดนี้”
เมื่อได้ยินคำชมจากสวี่อู๋หยางและพนักงานขาย เจียงจือจึงเงยหน้ามองตัวเองในกระจก
ภาพคนในกระจกทำให้เจียงจือถึงกับชะงักงัน
นี่คือตัวเธอจริง ๆ เหรอ?
ชุดเดรสสีฟ้าดูเข้ากับเธอมาก
ชุดเข้ารูปยังช่วยขับผิวให้ดูผ่องขึ้นด้วย
สวี่อู๋หยางชี้ไปยังชุดที่เลือกไว้ก่อนหน้านี้ “ยกเว้นสีแดง ที่เหลือเอามาอย่างละชุดตามไซซ์นี้เลยครับ”
“ได้ค่ะคุณผู้ชาย” พนักงานขายกับผู้จัดการร้านรีบไปหาเสื้อผ้าทันที
“สวี่อู๋หยาง เยอะเกินไปแล้วนะ”
“แค่นี้เองเหรอ ตู้เสื้อผ้าของแม่ผมมีตั้งสามตู้ ข้างในเต็มไปด้วยเสื้อผ้าสวย ๆ กระโปรง เครื่องประดับ แล้วก็กระเป๋า” สวี่อู๋หยางเล่าเรื่องที่บ้านให้เจียงจือฟัง
“คุณครูเจียง คุณดูแลตัวเองแย่เกินไปแล้ว”
“ในเมื่อครอบครัวคุณไม่รักคุณ คุณก็ต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง”
สวี่อู๋หยางวางมือบนไหล่เจียงจือ “ถ้าคุณยังไม่รักตัวเอง แล้วจะหวังให้ใครมารักคุณ?”
เจียงจือชะงักไป
ตอนอยู่ที่บ้าน สิ่งที่เธอได้ยินบ่อยที่สุดก็คือ ไม่เหมาะสม ไม่คู่ควร ทำไม่ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกให้เธอเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง
เธอก้มมองชุดที่สวมอยู่ พอเปรียบเทียบกับเผยอี่ซีและคนอื่น ๆ เจียงจือก็เริ่มทบทวนตัวเองเป็นครั้งแรก
ดูเหมือนว่าเธอจะดูแลตัวเองแย่จริง ๆ
“ฉัน…ไม่รู้ว่าควรทำยังไง” หลังจากถูกเลี้ยงดูด้วยการกดข่ม ก็ไม่มีใครสอนเธอว่าควรดีกับตัวเองอย่างไร
สิ่งที่เธอได้ยินมีแต่คำว่าให้ยอม ให้รอ
ยอมมากเข้า รอมากเข้า เธอก็สูญเสียความสามารถที่จะดีกับตัวเองไป
“ผมจะสอนคุณ ขั้นแรกของการดูแลตัวเองก็คือเติมเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่คุณชอบให้เต็มตู้”
“ส่วนเสื้อผ้าสีหม่น ๆ พวกนั้น ทิ้งให้หมดเลย”
เจียงจือมองเข้าไปในดวงตาของสวี่อู๋หยาง
ภายใต้สายตาของเขา เธอพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ได้ค่ะ”
“เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วเราไปกินข้าวกัน”
เจียงจือหันกลับเข้าไปในห้องลองชุดเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า
“คิดเงินด้วยครับ”
ระหว่างที่ผู้จัดการร้านกับพนักงานกำลังคิดเงิน สวี่อู๋หยางก็ใช้เบอร์โทรศัพท์อีกเบอร์ของตัวเองส่งข้อความหาเผยอี่ซี
“สัปดาห์หน้าผมจะกลับเมืองหลวงไปประชุม หลังประชุมเสร็จเราเจอกันหน่อย ผมมีเรื่องอยากถามคุณ”
เผยอี่ซีที่หนีไปแล้วมองข้อความที่สวี่อู๋หยางส่งมา
เธอจ้องโทรศัพท์อยู่นาน ก่อนจะตอบกลับไปหนึ่งคำ
‘ได้’
สวี่อู๋หยางเหลือบมองข้อความแล้วไม่ได้ตอบเผยอี่ซีอีก เขาจ่ายเงินเสร็จก็นั่งรอเจียงจือเงียบ ๆ บนโซฟา
พอเจียงจือเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จออกมา สวี่อู๋หยางก็บอกให้ผู้จัดการร้านนำของไปส่งที่บ้าน
ออกจากร้านเสื้อผ้าแล้ว สวี่อู๋หยางก็พาเจียงจือไปซื้อของอีกหลายอย่าง
ท้ายที่สุด เจียงจือถึงกับดึงเขาไว้สุดแรง สวี่อู๋หยางจึงยอมเลิกเดินซื้อของ
เมื่อได้นั่งลงในร้านอาหาร เจียงจือก็เอนพิงพนักเก้าอี้ ถามอย่างหมดแรงว่า “สวี่อู๋หยาง เป็นผู้ชายแท้ ๆ ทำไมเดินซื้อของเก่งกว่าผู้หญิงอีกคะ?”
ไม่เพียงแต่เดินซื้อของเก่ง สายตาเลือกของยังดีมากด้วย
“ฝึกมาจากการไปเป็นเพื่อนแม่กับคนอื่น ๆ น่ะ”
หลังจากกินข้าวเสร็จ ทั้งสองก็กลับถึงบ้าน หน้าประตูมีของที่ซื้อมาเมื่อบ่ายวางกองเต็มไปหมด
พวกเขาหิ้วของเข้าไป ของที่ต้องซักก็โยนลงเครื่องซักผ้า
ที่เหลือเก็บเข้าตู้เสื้อผ้า
เมื่อจัดบ้านเรียบร้อยแล้ว
เจียงจือในชุดนอนมองสวี่อู๋หยางที่สวมชุดนอนเหมือนกันอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ตอนตกแต่งบ้าน ฉันไม่คิดว่าจะมีใครย้ายเข้ามาอยู่ด้วย ก็เลยมีห้องนอนแค่ห้องเดียว”
“คงต้องรบกวนให้คุณอยู่ห้องเดียวกับฉันแล้ว”
สวี่อู๋หยางมองเจียงจือด้วยสีหน้าซับซ้อน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอารมณ์อันขัดแย้งกันมากมายเช่นนี้อยู่ในตัวคนคนหนึ่ง
ดูจากการตกแต่งบ้านแล้ว เจียงจือเป็นคนที่มีรสนิยมสูงมาก
แต่เมื่อต้องปฏิบัติต่อคนอื่น รวมถึงดูแลตัวเอง เธอกลับจัดการได้ไม่ดีเอาเสียเลย
ราวกับเอาแต่ปฏิเสธอยู่เสมอ
ถึงขั้นคิดว่าตัวเองไม่คู่ควร
ตลอดหลายปีมานี้ เจียงจือต้องอดทนกับความน้อยใจในครอบครัวมามากแค่ไหนกัน
ถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้
