เซียงกั่ง
ผู้กำกับสวี่นั่งอยู่ในห้องตัดต่อ จ้องตัวอย่างหนังที่เพิ่งตัดต่อเสร็จบนหน้าจอ
ในภาพ อ้วนลิ่งฮวาสวมชุดกระโปรงสีขาวเปียกโชก ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากน้ำ มือยกขึ้นก่อน นิ้วงองุ้มเล็กน้อย หยดน้ำไหลจากปลายนิ้วลงมา ผมเปียกลู่แนบใบหน้า ดวงตาเหม่อลอย
เขาดูฉากนี้มาหลายรอบแล้ว แต่ยิ่งดูกลับยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรแตกต่างไปทุกครั้ง
ระหว่างที่มองอยู่ จู่ ๆ เขาก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา ผู้กำกับสือที่เมืองหลวง อายุยังน้อย แต่ผลงานเรื่องแรกซึ่งเป็นหนังแนวศิลปะก็ได้รางวัล ตอนนี้กำลังเตรียมงานละครเรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ไม่นานโทรมาบอกว่าหาคนที่เหมาะกับบทหนึ่งไม่ได้สักที กลุ้มจนแทบผมร่วงหมดหัวแล้ว
ผู้กำกับสวี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
เสียงดังอยู่สองสามครั้ง อีกฝ่ายก็รับสาย
“หยวนเหริน เลือกคนมาเล่นบทนั้นได้หรือยัง?” ผู้กำกับสวี่ถามด้วยภาษาจีนกลางที่ติดสำเนียงกวางตุ้ง
เสียงชายหนุ่มดังมาจากปลายสาย “ยังเลยครับ คนที่เล่นได้อายุมากเกินไป ส่วนคนอายุน้อยก็ไม่มีอารมณ์แบบนั้น คนที่ค่อนข้างเหมาะก็ค่าตัวแพงเกินครับ คุณก็รู้ กองถ่ายกระจอก ๆ ของผมจะไปจ้างตัวเป้งไหวได้ยังไง”
ผู้กำกับสวี่หัวเราะ “ขายบ้านสักหลังแถวนั้นก็มีเงินแล้วนี่”
“ผู้กำกับสวี่ อย่าล้อผมเล่นสิครับ ถ้าขายบ้านแล้วผมจะไปนอนข้างถนนหรือไง?” อีกฝ่ายหัวเราะตาม
“พูดจริงจังละนะ” ผู้กำกับสวี่ว่า “ที่นี่มีนักแสดงคนหนึ่ง ฉันว่าเหมาะกับละครของนายมาก ตัวอย่างหนังตัดเสร็จพอดี พรุ่งนี้นายบินมาดูที่นี่สิ ฉันเลี้ยงข้าวเอง”
