เฉินฮวากับเจิ้งเสี่ยวหมานตั้งแผงขายอาหารอยู่กลางถนน
แถวนี้ผู้คนเดินขวักไขว่ คึกคักเป็นอย่างมาก
เดิมทีพวกเขาไม่ได้ทำเลดีขนาดนี้ เฉินฮวาไปคุยกับเจ้าของร้านริมทางอยู่สองสามคำ แล้วยัดเหรียญทองแดงให้เขาเล็กน้อย จึงได้เช่าพื้นที่ว่างเล็ก ๆ หน้าบ้านมา
พอตั้งแผงเรียบร้อย ก็ทยอยวางอาหารออกมาทีละอย่าง
เมื่อเปิดฝาหม้อดิน เนื้อหัวหมู ขาหมู และตีนไก่ก็เผยออกมา สีซอสเคลือบมันวาว ไอร้อนลอยกรุ่น กลิ่นหอมของอาหารพะโล้ลอยไปไกล ส่วนหม้อใบเล็กข้างกันใส่โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับที่เคี่ยวไว้ตั้งแต่เช้า ตอนนี้ยังอุ่น ๆ อยู่ แป้งทอดต้นหอมคลุมด้วยผ้า วางซ้อนกันเป็นชั้นในตะกร้า พอฉีกออกก็เห็นต้นหอมซอยข้างใน
ผู้คนที่มาเดินตลาดต่างได้กลิ่นหอมจนแวะเข้ามา
“นี่อะไรน่ะ? หอมจัง”
เจิ้งเสี่ยวหมานใช้ตะเกียบคีบเนื้อหัวหมูชิ้นหนึ่ง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่จานใบจิ๋วให้ลูกค้าชิม
อีกฝ่ายลองชิมคำหนึ่ง ดวงตาก็เป็นประกาย “เอาเนื้อหัวหมูครึ่งชั่ง! แล้วก็ไข่พะโล้สองฟอง!”
เจิ้งเสี่ยวหมานรับคำ มือไม้คล่องแคล่ว หั่นเนื้อ ใส่ชาม แล้วยื่นให้
อีกคนเดินเข้ามา “โจ๊กนี่โจ๊กอะไรเหรอ? ดูแปลกดีนะ”
เฉินฮวาตักโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับใส่ชามเล็ก แล้วยื่นให้ “โจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับครับ ลองชิมดู”
คนนั้นรับไปดื่มคำหนึ่ง แล้วชะงักไป “ข้างในนี่อะไรน่ะ? ดำ ๆ แต่กินแล้วหอมดี”
“ไข่เยี่ยวม้า วัตถุดิบจากทางใต้ครับ” เฉินฮวาตอบอ้อมแอ้ม เขาเองก็ไม่รู้ว่าไข่เยี่ยวม้าคืออะไร ตอนแม่ซื้อกลับมาก็เรียกแบบนี้ เขาแค่ทำตามที่แม่บอกเท่านั้น
คนนั้นดื่มหมดในไม่กี่คำ แล้วยังสั่งเพิ่มอีกชาม “เอาอีกชาม อร่อยดี”
