ประตูเหล็กปิดลงด้านหลังลู่เฉิน ส่งเสียงทึบหนัก
ลู่เฉินกวาดตามองภาพตรงหน้า สถานพักฟื้นมีพื้นที่กว้างใหญ่ แบ่งออกเป็นหลายเขต พอเข้ามาก็เป็นเขตเอทันที บนลานว่างทางขวามีคนไม่น้อยกำลังนั่งอาบแดด
ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ แต่ก็มีผู้ป่วยวัยหนุ่มสาวอยู่บ้าง
พวกเขาสวมชุดผู้ป่วย แยกกันอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง คนส่วนใหญ่ไม่ขยับเขยื้อน บางคนนั่งยอง ๆ กับพื้น ไม่รู้ว่ากำลังสนใจอะไรอยู่ บางคนยืนนิ่งแหงนหน้ามองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย
แดดจ้า ผู้คนมากมาย แต่บรรยากาศกลับไร้ชีวิตชีวา
ลู่เฉินเดินเข้าไปด้านใน ผ่านชายชราคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนรถเข็น
ชายชรามองไปยังจุดหนึ่งด้วยสายตาว่างเปล่า ตรงนั้นเป็นมุมกำแพง ไม่มีอะไรนอกจากวัชพืช
รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงล้อรถเข็นยาที่เสียดสีกับพื้นดังมาจากไกล ๆ ขณะเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเข็นผ่านไป
ลู่เฉินสีหน้าเรียบเฉย เดินไปยังอาคารเอสี่
วันนี้จางชุ่ยฟางไม่ได้อยู่ในห้องพัก ตอนนี้เป็นเวลาออกมาทำกิจกรรม เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเข็นเธอออกมาตากแดด ลู่เฉินเดินหาอยู่รอบหนึ่งกว่าจะพบเธอทางนี้
เธอนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็น สายตาไร้จุดโฟกัส เหมือนทุกครั้งที่ลู่เฉินเคยพบเธอ
แสงแดดลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ ส่องลงบนตัวเธอราวกับมีเศษทองคำโปรยปรายอยู่
ลู่เฉินมายืนข้างรถเข็น มองไปยังทิศทางที่สายตาของเธอทอดไปโดยไร้จุดหมาย
เขามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้าเธอแล้วถามเสียงเบา “ป้าชุ่ยฟาง วันนี้รู้สึกดีขึ้นบ้างไหมครับ?” พลางหยิบขนมกุ้ยฮวาเปี๊ยะหนึ่งกล่องจากกระเป๋าเสื้อ วางลงบนผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตักของเธอ
“ผมเอาขนมกุ้ยฮวาเปี๊ยะที่ป้าชอบกินมาให้ครับ” ลู่เฉินพูด
ชุ่ยฟางเหมือนไม่ได้ยิน ลู่เฉินเรียกเธออีกหลายครั้ง ผ่านไปนาน ดวงตาเหม่อลอยคู่นั้นจึงขยับเล็กน้อย เธอค่อย ๆ ก้มหน้ามองกล่องขนมกุ้ยฮวาเปี๊ยะ แววตาพร่ามัวเริ่มมีจุดโฟกัสขึ้นมา
เธอมองขนมกล่องนั้นนิ่งอยู่นาน จนลู่เฉินนึกว่าเธอลืมตาหลับไปแล้ว จู่ ๆ ริมฝีปากเธอก็ขยับ
สีหน้าฉายแววฉงนและระลึกถึงบางอย่าง ราวกับกำลังพยายามนึกเรื่องอะไรอยู่
