ฉากต่อไปเป็นฉากที่ยายหวังพบฮูหยินตามลำพังเป็นครั้งแรก หวังเหลียนฮวายืนรออยู่ข้าง ๆ คอยดูอาจารย์จางแสดง
นี่เป็นฉากระหว่างบรรดาฮูหยิน อาจารย์จางนั่งอยู่บนเก้าอี้ บทพูดมีไม่มาก ในมือถือถ้วยชา สิ่งที่ต้องทำหลัก ๆ ก็แค่จิบชา
แค่กิริยาง่าย ๆ อย่างเดียว แต่เธอกลับทำออกมาไม่เหมือนคนอื่น ท่าปัดใบชาออกจากฝาถ้วยนั้นแผ่วเบา ตอนยกถ้วยชาก้อยก็เชิดขึ้นเล็กน้อย วางลงโดยไร้เสียง ทุกอย่างบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นกิริยาของคนตระกูลใหญ่ เติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก จึงมีมารยาทติดตัวมาแต่กำเนิด
หวังเหลียนฮวาเข้าใจแล้วว่าก่อนหน้านี้ทำไมผู้กำกับถึงไม่พอใจ
ตอนที่เธอแสดงเอง เธอไม่รู้สึกอะไร แต่พอได้ดูอาจารย์จางแสดง เธอก็สังเกตเห็น
คนที่เข้าฉากกับอาจารย์จางดูประดิษฐ์เกินไป ไม่เป็นธรรมชาติ
หวังเหลียนฮวาไม่รู้ว่า “ข่มการแสดง” คืออะไร แต่เธอมองออกถึงความแตกต่าง
แน่นอนว่าเธอไม่กล้าเอาตัวเองไปเทียบกับอาจารย์จาง เพียงแต่ดูอาจารย์จางแสดงจนเพลิน ใจก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเปลี่ยนเป็นเธอให้แสดงเป็นฮูหยินใหญ่ เธอจะทำได้ไหม
เธอทำไม่ได้
หวังเหลียนฮวาสรุปได้ทันที
ทำไมถึงแสดงไม่ได้ล่ะ
หวังเหลียนฮวาคิดว่า คงเพราะเธอเป็นแค่ชาวนามาตลอด ก่อนจะมายังโลกนี้ แค่ได้กินเนื้อสักชิ้นก็เป็นเรื่องเกินฝัน แค่มีชีวิตอยู่ก็ต้องทุ่มสุดกำลัง เธอไม่มีทางจินตนาการถึงชีวิตของพวกผู้สูงศักดิ์ได้
ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจอะไรบางอย่าง
ก่อนหน้านี้โจวเผยบอกว่าเธอแสดงดี เฉียนจินยวี่ก็บอกว่าเธอแสดงดี แม้แต่ผู้กำกับใหญ่ก็เคยชมเธอ
แต่ที่จริงแล้วเธอ “แสดง” ได้ดีหรือเปล่า
ตัวละครเหล่านั้น ทั้งชาวบ้านหนีภัย ยาจกแก่ หญิงร่ำไห้หน้าศพ หญิงแก่ปากร้าย แม้แต่ยายหวังที่เธอแสดงวันนี้ ไม่มีใครเป็นเธอเลยสักคน แต่ก็คล้ายกับเธอ พวกเธอมีบางอย่างเหมือนกัน
หวังเหลียนฮวารู้สึกราวกับหมอกหนาตรงหน้าจู่ ๆ ก็สลายไปมาก ทำให้เธอมองเห็นตัวเองชัดขึ้น
และยังทำให้หัวใจที่ลอยฟ่องขึ้นมาเพราะถูกชมฝีมือการแสดงไม่หยุดในช่วงนี้ กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
เธอเลิกดูคนอื่นแสดง แล้วเดินไปยืนอีกมุมหนึ่ง คิดถึงตัวละครยายหวังอีกครั้ง
……
ยายหวังยืนอยู่ใต้ระเบียง ฝ่ามือชื้นเหงื่อเล็กน้อย
