หลังพิธีมอบรางวัลจบลง หวังเหลียนฮวาก็กลับไปถ่ายทำต่อที่กอง
พอรู้ว่าเธอได้รางวัล สือหยวนเหรินก็ดีใจแทนเธอมาก คนในกองถ่ายต่างพากันแสดงความยินดีกับเธอ
รางวัลนี้อาจไม่ใช่รางวัลใหญ่ในวงการ แต่สำหรับหวังเหลียนฮวาแล้วกลับมีความหมายเป็นพิเศษ นี่คือรางวัลแรกที่เธอได้รับหลังมาอยู่บนโลกใบนี้และกลายเป็นนักแสดง เป็นการยอมรับในอาชีพและฝีมือการแสดงของเธอ
หนังแนวศิลปะมีขั้นตอนเตรียมงานก่อนถ่ายทำและช่วงหลังถ่ายทำนาน แต่ระยะเวลาถ่ายทำกลับไม่ยาวนัก ใช้เวลาเพียงเดือนกว่า ๆ ก็ถ่ายทำทุกฉากเสร็จเรียบร้อย
เมื่อถ่ายฉากสุดท้ายเสร็จ สือหยวนเหรินก็ตะโกนว่า “คัต!” บรรยากาศในกองเงียบไปชั่วขณะ ก่อนทุกคนจะปรบมือกันอย่างพร้อมเพรียง
หวังเหลียนฮวาลุกขึ้นจากเบาะรองนั่ง เมื่อครู่เธอเพิ่งแสดงฉากสุดท้ายของนักพรตอู๋เนี่ยน
นักพรตอู๋เนี่ยนพูดกับศาสตราจารย์ชราว่า “กล้วยไม้หาได้มีเมล็ดพันธุ์ไม่ แล้วจะต้องมีผู้สืบทอดไปไย” ศาสตราจารย์ชราพลันเข้าใจบางอย่าง เขาหัวเราะทั้งน้ำตา อู๋เนี่ยนเองก็ยิ้ม ก่อนร่างจะค่อย ๆ สลายไป
ผู้กำกับสือบอกว่า รอยยิ้มนั้นคือรอยยิ้มของคนที่วางความยึดมั่นนับพันปีลงได้
หวังเหลียนฮวาถ่ายทำได้ราบรื่นอย่างเหลือเชื่อ ผ่านตั้งแต่เทกแรก
ในงานเลี้ยงปิดกล้อง สือหยวนเหรินเดินมาหาหวังเหลียนฮวาเพื่อถ่ายรูปคู่ หลังถ่ายเสร็จ เขากุมมือเธอไว้ ขอบตาแดงก่ำ เสียงแหบพร่า ก่อนพูดว่า “พี่หวัง ผมดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่ พี่คือ...”
เขายังพูดไม่ทันจบ เฝิงโจวลี่ก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเขาไป “ผู้กำกับสือ คุณเมาแล้ว! มาทางนี้เร็ว กินกับแกล้มหน่อย!” โชคดีที่ตอนนั้นยังไม่มีนักข่าวอยู่ ไม่อย่างนั้นพาดหัวข่าวสุดแซ่บอย่าง “ผู้กำกับดาวรุ่งตกหลุมรักนางเอกซีรีส์สั้น” หรือ “สือหยวนเหรินเมาแล้วสารภาพรักกลางกองถ่าย” คงทำเอาเซิร์ฟเวอร์ล่มตั้งแต่เช้าวันรุ่งขึ้น
สือหยวนเหรินถูกลากจนเซไปนิดหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ผมยังไม่เมาเลย ยังพูดไม่จบด้วย...”
ระหว่างที่ทุกคนยังกินกันไม่เสร็จ ก็มีคนหลายคนแบกกล้องวิดีโอและถือไมโครโฟนบันทึกเสียงเดินเข้ามา
